ฎีกา ปี พ.ศ. 2540
ฎีกาที่ 4328/2540
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยออกเช็คพิพาทสั่งจ่ายเงินให้แก่โจทก์โดยระบุชื่อพ. ภริยาโจทก์ หรือผู้ถือเป็นผู้รับเงิน เมื่อปรากฏว่าเช็คพิพาทเป็นตราสารที่เปลี่ยนมือได้ จึงต้องถือเอาข้อความที่ปรากฏในเช็คเป็นสำคัญ เมื่อข้อความในเช็คพิพาทระบุชื่อพ. หรือผู้ถือเป็นผู้รับเงิน เมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนดชำระเงินพ. นำเช็คพิพาทไปเข้าบัญชีของตนเพื่อเรียกเก็บเงินและธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงต้องถือว่าในวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินอันเป็นวันที่ความผิดเกิดขึ้นนั้นพ. เป็นผู้ทรงเช็คพิพาท หาใช่เป็นตัวแทนโจทก์ในการเรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ เมื่อ พ. เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทในขณะความผิดเกิดขึ้น พ. จึงเป็นผู้เสียหายที่จะดำเนินคดีแก่จำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คโจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาทในขณะความผิดเกิดขึ้น โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 (1),(2)จำคุก 6 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าจำเลยออกเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2537 สั่งจ่ายเงิน 200,000 บาท ให้แก่โจทก์โดยระบุชื่อนางพรพิมล เทศสลุต ภริยาโจทก์ หรือผู้ถือเป็นผู้รับเงิน เมื่อเช็คถึงกำหนดชำระเงิน นางพรพิมลนำเช็คเข้าบัญชีของนางพรพิมลเพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์โจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทในฐานะผู้รับเงินและผู้ถือเพราะมิได้มีการขีดฆ่าคำว่าผู้ถือในเช็คพิพาทออก นางพรพิมลเป็นเพียงผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้นำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงินแทนโจทก์เพื่อนำเงินมาให้โจทก์เท่านั้น เห็นว่า เช็คเป็นตราสารที่เปลี่ยนมือได้ จึงต้องถือเอาข้อความที่ปรากฏในเช็คเป็นสำคัญเมื่อข้อความในเช็คพิพาทระบุชื่อนางพรพิมลหรือผู้ถือเป็นผู้รับเงิน ครั้นเช็คพิพาทถึงกำหนดชำระเงินนางพรพิมลนำเช็คพิพาทไปเข้าบัญชีของตนเพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงต้องถือว่าในวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินอันเป็นวันที่ความผิดเกิดขึ้นนั้นนางพรพิมลเป็นผู้ทรงเช็คพิพาท หาใช่เป็นตัวแทนโจทก์ในการเรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ เมื่อนางพรพิมลเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทในขณะความผิดเกิดขึ้นนางพรพิมลจึงเป็นผู้เสียหายที่จะดำเนินคดีแก่จำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาทในขณะความผิดเกิดขึ้น จึงไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย สุข วุฒิ เทศสลุต
จำเลย - นาย สัมฤทธิ์ มาก อิ่ม - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 — ม. 4
- องค์คณะ
- อำนวย เต้พันธ์
อร่าม หุตางกูร
สุนทร สิทธิเวชวิจิตร
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา