ฎีกา ปี พ.ศ. 2528 อาญา
ฎีกาที่ 4404/2528
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ (ผู้ขับรถ) โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจรที่พนักงานเจ้าหน้าที่ แสดงให้ปรากฏข้างหน้านั้น แม้ความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่เป็น ผู้ประจำรถ (ผู้ขับรถ) โดยไม่ได้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นความผิด กระทงหนักที่สุดจะมีโทษจำคุกด้วย แต่ก็มิได้ให้อำนาจพนักงานสอบสวนที่จะกักรถของโจทก์ไว้ได้ หากจำเลยซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนกักรถของโจทก์ไว้และเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยไม่มีเหตุที่จะอ้างได้ตามกฎหมายก็ถือไม่ได้ว่า เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจำเลยอาจมีความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ฟ้อง คดีของโจทก์จึงมีมูลที่จะประทับฟ้อง ไว้พิจารณาต่อไป
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์นำสุกร ๔๗ ตัว บรรทุกรถยนต์เดินทางจากอำเภอวังสะพุงเพื่อนำไปขายที่กรุงเทพมหานคร จำเลยซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนได้กล่าวหาโจทก์ว่า ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ (ผู้ขับรถ) โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจรที่พนักงานเจ้าหน้าที่ให้ปรากฏข้างหน้า แล้วจำเลยปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ยึดและกักรถและสุกรของโจทก์ไว้เป็นเวลา ๑๔ ชั่วโมง เพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย สุกรตายไป ๘ ตัว และสุกรที่เหลือน้ำหนักลดลงขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๑๓ และให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ย
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เกี่ยวกับการกระทำของโจทก์ในครั้งนี้ปรากฏตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๐๙๐/๒๕๒๕ ของศาลจังหวัดเลย ว่าโจทก์ถูกพนักงานอัยการฟ้องเป็นจำเลยในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ (ผู้ขับรถ) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และไม่ปฏิบัติตามสัญญาจราจรที่พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงให้ปรากฏข้างหน้า คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาให้ลงโทษทั้งสองกระทง ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดของโจทก์ทั้งสองกระทงดังกล่าวแม้ความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนซึ่งเป็นความผิดกระทงหนักที่สุดจะมีโทษจำคุกด้วย แต่ก็มิได้ให้อำนาจพนักงานสอบสวนที่จะกักรถของโจทก์ไว้ หากจำเลยกักรถของโจทก์ไว้และเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายโดยไม่มีเหตุที่จะอ้างได้ตามกฎหมาย ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจำเลยอาจมีความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ฟ้อง คดีของโจทก์จึงมีมูล
พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นายทวี สิงห์ทองลา
จำเลย - พันตำรวจตรีสิงห์ ไชยดา - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 157
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 131, ม. 132, ม. 162, ม. 167
พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 — ม. 93
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 — ม. 24 - องค์คณะ
- อาจ ปัญญาดิลก
มาโนช เพียรสนอง
ดำรง สายเชื้อ - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลจังหวัดเลย - นายวินัย บุญพราหมณ์
ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ รักขพันธ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา