ฎีกา ปี พ.ศ. 2528 แพ่ง

ฎีกาที่ 4474/2528

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ผู้กู้รับว่าลงลายพิมพ์นิ้วมือในสัญญากู้ซึ่งมีพยานลงชื่อรับรอง ลายพิมพ์นิ้วมือหนึ่งคน และมีผู้ให้กู้ลงชื่อไว้ในช่องผู้ให้กู้แม้จะได้ความ ว่าผู้ให้กู้รู้เห็นการลงลายพิมพ์นิ้วมือของผู้กู้ก็ตามแต่เมื่อผู้ให้กู้ มิได้ลงชื่อเป็นพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของผู้กู้ด้วยจึงถือไม่ได้ว่า ผู้ให้กู้ลงชื่อเป็นพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของผู้กู้ดังนี้พยานรับรอง ลายพิมพ์นิ้วมือของผู้กู้จึงมีไม่ถึงสองคน จะถือเสมอกับว่าผู้กู้ ลงลายมือชื่อในสัญญากู้แล้วไม่ได้ขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา9 วรรคสาม

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์โดยทำสัญญาเป็นหนังสือ มีจำเลยที่ 2เป็นผู้ค้ำประกัน ครบกำหนดชำระเงินแล้วไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ให้การว่าไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์และลายพิมพ์นิ้วมือผู้กู้มีพยานรับรองเพียงคนเดียว ไม่ครบตามกฎหมายกำหนด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ 1 รับว่าลายพิมพ์นิ้วมือผู้กู้เป็นลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์และจำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้เงินรายพิพาทเอกสารหมาย จ.1 โดยโจทก์ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ให้กู้แแต่แห่งเดียว จำเลยที่ 1พิมพ์ลายนิ้วมือในช่องผู้กู้ ส่วนในช่องพยานคงมีแต่นายสถิตย์ ลงชื่อเป็นพยานในสัญญาและผู้เขียนสัญญาเพียงผู้เดียว และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9 วรรคสามบัญญัติไว้ชัดว่า พยานที่จะรับรองลายพิมพ์นิ้วมือต้องมี 2 คน แต่ขณะนั้นมีนายสถิตย์เป็นพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยที่ 1 เพียงคนเดียว ส่วนการที่โจทก์ลงลายมือชื่อแต่ในช่องผู้ให้กู้ ไม่ได้ลงในช่องพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ แม้จำเลยที่ 1 จะรับว่าพิมพ์ลายนิ้วมือในสัญญากู้ และโจทก์ผู้ให้กู้รู้เห็นการพิมพ์ลายนิ้วมือของจำเลยที่ 1ก็ตาม แต่โจทก์ก็มิได้ลงชื่อเป็นพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยที่ 1 ด้วยดังนี้ถือไม่ได้ว่าโจทก์ลงชื่อเป็นพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยที่ 1 พยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยที่ 1 จึงมีไม่ถึงสองคน สัญญากู้เงินรายพิพาทย่อมจะถือเสมอกับจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อในสัญญาไม่ได้ โจทก์จึงฟ้องร้องบังคับคดีนี้แก่จำเลยที่ 1 ไม่ได้ ต้องห้ามตามมาตรา 653 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นายดำรงค์ วิริยะถาวร
จำเลย - นางสมร สุวรรณรักษ์ กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 9, ม. 653
องค์คณะ
ดำริ ศุภพิโรจน์
อำนวย อินทุภูติ
สมศักดิ์ เกิดลาภผล

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา