ฎีกา ปี พ.ศ. 2541 แพ่ง
ฎีกาที่ 4509/2541
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาดแล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจเข้าว่าคดีนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 และ 25เมื่อปรากฏว่าโจทก์ยังคงเป็นผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาและเข้าว่าคดีนี้ตลอดมา โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพิ่งยื่นคำร้องขอเข้าว่าคดีแทนโจทก์ในชั้นฎีกา และตามพฤติการณ์แห่งคดี ถือได้ว่าโจทก์ทราบถึงข้อที่โจทก์ไม่มีอำนาจดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น ดังนั้น การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นตั้งแต่วันที่ ศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาดเป็นต้นไป รวมตลอดจนคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 และ 25ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัย และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีกับให้ยกคำร้อง ของ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังประสงค์จะเข้าดำเนินคดีแทนโจทก์ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอต่อศาลชั้นต้นเสียใหม่
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับเงิน 100,000 บาท จากโจทก์และทำการรังวัดแบ่งแยกกับจดทะเบียนโอนที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1663 เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 50 ตารางวา ในส่วนที่โจทก์ครอบครองให้แก่โจทก์และตัดถนนคั่นกลางระหว่างที่ดินของโจทก์และจำเลยตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง หากจำเลยไม่โอนที่ดินให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยให้การขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1663 ทางด้านทิศใต้ตามแนวเส้นสีแดงในแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.4 ให้แก่โจทก์และตัดถนนตามแนวถนนสาธารณะในเอกสารดังกล่าว หากจำเลยไม่จดทะเบียนโอนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนโดยก่อนจดทะเบียนแบ่งแยกและโอนที่ดินให้โจทก์นำเงิน 100,000 บาทไปวางที่สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ประจำศาลจังหวัดยะลาเพื่อชำระให้แก่จำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีการะหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นไต่สวนว่าโจทก์ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและถูกพิพากษาให้ล้มละลายแล้วหรือไม่ก่อนการไต่สวนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าว่าคดีนี้แทนโจทก์ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วได้ส่งผลการไต่สวนและคำร้องของ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มายังศาลฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2536 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน)ฟ้องโจทก์ขอให้เป็นบุคคลล้มละลาย เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2537ศาลจังหวัดเบตงมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาดเมื่อวันที่3 มิถุนายน 2537 ตามคดีล้มละลายหมายเลขดำที่ 1/2537คดีหมายเลขแดงที่ ล.2/2537 ของศาลจังหวัดเบตง เห็นว่าหลังจากศาลจังหวัดเบตงมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาดแล้ว คือตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2537 เป็นต้นไป เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจเข้าว่าคดีนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 22 และ 25 โจทก์ไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาหรือเข้าว่าคดีนี้ได้อีก แต่ปรากฏว่าโจทก์ยังคงเป็นผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาและเข้าว่าคดีนี้ตลอดมา โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพิ่งยื่นคำร้องขอเข้าว่าคดีแทนโจทก์ในชั้นฎีกา และตามพฤติการณ์แห่งคดีถือได้ว่าโจทก์ทราบถึงข้อที่โจทก์ไม่มีอำนาจดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น ดังนั้น การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2537 เป็นต้นไป รวมตลอดจนคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 จึงไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 และ 25 ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เองพิพากษายกการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2537 เป็นต้นไป รวมตลอดจนคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ยกคำร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังประสงค์จะเข้าดำเนินคดีแทนโจทก์ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอต่อศาลชั้นต้นเสียใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย ดอเล๊าะ เจ๊ะนิ
จำเลย - นาย ตอ แล๊ะหรือตอเละ เจ๊ะนิ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 142 (5)
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 22, ม. 25, ม. 153 - องค์คณะ
- บุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล
ชลอ บุณยเนตร
ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา