ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่ง

ฎีกาที่ 451/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การที่จำเลยไม่ส่งมอบสิ่งของให้แก่โจทก์และโจทก์ได้ใช้สิทธิเลิกสัญญากับริบเงินประกันอันเป็นการใช้สิทธิตามสัญญาข้อ 8 แล้วโจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะเรียกค่าปรับเป็นรายวันจากจำเลย ตามข้อ 9ซึ่งเป็นกรณีที่โจทก์ยังคงให้สัญญามีผลผูกพันได้อีก.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ว่าทำสัญญาซื้อขายเครื่องมือเครื่องใช้หลายรายการจากจำเลย ๆ ผิดสัญญา โจทก์บอกเลิกสัญญาและทวงถามให้จำเลยชำระค่าปรับตามสัญญาแล้วจำเลยไม่ชำระขอให้บังคับจำเลยใช้เงินค่าปรับจำนวน 585,312 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าปรับแก่โจทก์โจทก์ให้สิทธิบอกเลิกสัญญา และริบเงินประกันของจำเลยไปแล้วโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าปรับอีกทั้งการชำระหนี้ตามสัญญาพ้นวิสัยจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ศาลกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียงข้อเดียวว่า "โจทก์มีสิทธิเรียกค่าปรับได้เพียงใดหรือไม่"จำเลยขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วต่อมาจำเลยขอให้พิจารณาคดีใหม่ในที่สุด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 534,643.20 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว สัญญาพิพาทตามเอกสารหมายจ.3 ระบุข้อสัญญาที่ให้สิทธิแก่ผู้ซื้อไว้ในกรณีผู้ขายผิดสัญญาดังนี้ข้อ 8 เมื่อครบกำหนดส่งมอบสิ่งของตามสัญญานี้แล้ว ถ้าผู้ขายไม่ส่งมอบสิ่งของที่ตกลงขายให้แก่ผู้ซื้อ หรือส่งมอบสิ่งของทั้งหมดไม่ถูกต้อง หรือส่งมอบของไม่ครบจำนวน ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ในกรณีที่ผู้ซื้อใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อริบหลักประกันหรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ออกหนังสือรับรองตามข้อ 7 เป็นจำนวนเงินทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้แล้วแต่ผู้ซื้อจะเห็นสมควรและถ้าผู้ซื้อจัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่นเต็มจำนวนหรือเฉพาะจำนวนที่ขาดส่งแล้วแต่กรณี ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่บอกเลิกสัญญาผู้ขายต้องยอมรับผิดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ด้วยข้อ 9 ในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามข้อ 8ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.2 ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบ นับแต่วันครบกำหนดตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้ขายได้นำสิ่งของมาส่งให้แก่ผู้ซื้อจนถูกต้องครบถ้วนในระหว่างที่มีการปรับนั้น ถ้าผู้ซื้อเห็นว่าผู้ขายไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ ผู้ซื้อจะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและริบหลักประกันกับเรียกร้องให้ชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่กำหนดไว้ในสัญญาตามข้อ 8 วรรค 2 นอกเหนือจากการปรับจนถึงวันบอกเลิกสัญญาด้วยก็ได้ข้อ 10 ถ้าผู้ขายไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อหนึ่งข้อใดด้วยเหตุใด ๆก็ตาม จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อแล้ว ผู้ขายยอมรับผิดและยินยอมชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการที่ผู้ขายไม่ปฏิบัติตามสัญญานั้นให้แก่ผู้ซื้อโดยสิ้นเชิง ภายในกำหนดเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้ซื้อตามข้อสัญญาดังกล่าว เห็นว่า ในกรณีที่โจทก์บอกเลิกสัญญาเนื่องจากจำเลยไม่ส่งมอบของดังเช่นกรณีนี้ นอกจากโจทก์จะมีสิทธิริบเงินจากธนาคารผู้ค้ำประกันแล้ว โจทก์ยังมีสิทธิที่จะซื้อของจากผู้อื่นภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันบอกเลิกสัญญา และเรียกร้องให้จำเลยรับผิดชดใช้ราคาส่วนที่ต้องซื้อเพิ่มขึ้นตามสัญญาข้อ 8 วรรค 2 แต่การใช้สิทธิเรียกค่าปรับเป็นรายวันตามสัญญาข้อ 9 วรรคแรกนั้น จะต้องเป็นกรณีที่โจทก์ยังคงให้สัญญามีผลผูกพันโดยยินยอมให้จำเลยส่งมอบสิ่งของล่าไปกว่ากำหนดเวลาตามสัญญาแล้วเรียกให้ชำระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.2ของราคาสิ่งของนับแต่วันครบกำหนดเวลาส่งมอบของไปถึงวันที่ส่งมอบของถูกต้องครบถ้วน ดังนั้น สำหรับกรณีการซื้อขายรายพิพาทนี้ซึ่งมิใช่เป็นกรณีที่โจทก์ได้ใช้สิทธิเรียกค่าปรับเป็นรายวันเพราะเหตุการล่าช้าในการส่งมอบของ หากแต่เป็นกรณีที่จำเลยไม่ส่งมอบสิ่งของให้แก่โจทก์เลยและโจทก์ได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาและริบเงินประกันอันเป็นการใช้สิทธิตามสัญญาข้อ 8 วรรค 2 แล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะเรียกค่าปรับเป็นรายวันจากจำเลยตามสัญญาข้อ 9ได้อีก ทั้งนี้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2536/2529 ซึ่งวินิจฉัยโดยมติในที่ประชุมใหญ่ระหว่างกองทัพบก โจทก์ บริษัทผลิตภัณฑ์สีและเคมี จำกัด จำเลย หากโจทก์ได้รับความเสียหายอย่างอื่นใดอันเนื่องมาจากการผิดสัญญาของจำเลยผู้ขาย โจทก์ก็ชอบที่จะเรียกร้องให้ชดใช้อีกส่วนหนึ่งต่างหากตามสัญญาข้อ 10 หาใช่ว่าโจทก์จะมีสิทธิให้จำเลยชำระค่าปรับเป็นรายวันได้อีกโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาข้อ 9ทั้งที่โจทก์ได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วตามสัญญาข้อ 8 ดังที่โจทก์ฎีกาโต้แย้งมาไม่..."พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - กรมอาชีวศึกษา
จำเลย - บริษัท อี สเอเซียอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 368, ม. 378, ม. 380
องค์คณะ
ถาวร ตันตราภรณ์
สหัส สิงหวิริยะ
มงคล เปาอินทร์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา