ฎีกา ปี พ.ศ. 2539 อาญา

ฎีกาที่ 4540/2539

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้นแล้วแก้โทษจำเลยทั้งสองโดยลดมาตราส่วนโทษให้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา75และมาตรา76เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองกระทงละไม่เกิน5ปีคดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา218วรรคแรก

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, มาตรา 8 ทวิ, มาตรา 72 และมาตรา 72 ทวิประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, มาตรา 83, มาตรา 91, มาตรา 80ประกอบมาตรา 288 มาตรา 371 มาตรา 376 ริบของกลางจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, มาตรา 80, มาตรา 371 และมาตรา 376 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7 และมาตรา 8 ทวิ วรรคสอง มาตรา 72วรรคสาม และมาตรา 72 ทวิ วรรคสอง จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, มาตรา 80 และมาตรา 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7 มาตรา 8 ทวิ วรรคสอง, มาตรา 72วรรคสาม, มาตรา 72 ทวิ วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ข้อหาพยายามฆ่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ในข้อหาพยายามฆ่าและข้อหายิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษข้อหาพยายามฆ่า อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 10 ปีข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 2 ปี ข้อหาพาอาวุธปืน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 2 ปีรวมสามกระทงจำคุกคนละ 14 ปี ริบของกลางจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ลงกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 76 และมาตรา 75 ตามลำดับ ความผิดฐานพยายามฆ่า ลงโทษจำคุกคนละ 5 ปี ความผิดฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นจำคุกคนละ 3 เดือนฐานพาอาวุธปืนติดตัวจำคุกคนละ 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 5 ปี 9 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1มีความผิดฐานพยายามฆ่า ฐานมีอาวุธปืน ฐานพาอาวุธ และฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในที่ชุมนุมชน จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานพยายามฆ่าและฐานพาอาวุธ ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานพยายามฆ่าซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ 10 ปี ฐานมีอาวุธปืนจำคุกคนละ 2 ปี ฐานพาอาวุธปืน จำคุกคนละ 2 ปี รวมจำคุกคนละ 14 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 อายุ 18 ปีและจำเลยที่ 2 อายุ 17 ปี ให้ลดมาตราส่วนโทษของจำเลยทั้งสองลงกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 และมาตรา 75 ตามลำดับความผิดฐานพยายามฆ่า จำคุกคนละ 5 ปี ฐานมีอาวุธปืน จำคุกคนละ3 เดือน ฐานพาอาวุธปืน จำคุกคนละ 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 5 ปี9 เดือน ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้นแล้วแก้โทษจำเลยทั้งสอง โดยลดมาตราส่วนโทษให้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 และมาตรา 76 จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อยและลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองกระทงละไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"พิพากษายก ฎีกา ของ จำเลย ทั้ง สอง

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน
จำเลย - นาย อลงกรณ์หรือเอ เปรมสุข กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 218 วรรคแรก
องค์คณะ
มงคล สระฏัน
อธิราช มณีภาค
วุฒิ คราวุฒิ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา