ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง
ฎีกาที่ 463/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยที่ 2 โอนหุ้นให้แก่จำเลยที่ 3 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม2527 และนำไปขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนสำนักทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 ต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2528และโจทก์ไม่ได้แจ้งการประเมินภาษีอากรให้จำเลยที่ 2 ทราบคงแจ้งไปยังจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการในขณะนั้น ดังนั้น การที่โจทก์มีหนังสือเตือนไปยังจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2529 และวันที่ 2 เมษายน 2530 เพื่อให้ชำระเงินภาษีที่ค้างอยู่โดยหนังสือเตือนดังกล่าวไม่ปรากฏว่าได้ระบุแจ้งผลการประเมินตามรายการอากรสำแดง หรือมีรายการแยกแยะเป็นรายละเอียดภาษีอากรที่จะชำระเอาไว้แต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่า เป็นการแจ้งการประเมินภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร แต่เป็นเพียงหนังสือทวงถามให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามปกติดังเช่นหนี้ทั่วไป เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2530 อันเป็นเวลาภายหลัง2 ปี นับแต่จำเลยที่ 2 ออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดในหนี้ดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1068 โจทก์จึงไม่มีสิทธินำหนี้ดังกล่าวมาฟ้องจำเลยที่ 2 ให้ล้มละลายได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างจำเลยที่ 1 จนถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2528 จำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2528 จนถึงปัจจุบัน จำเลยที่ 1เป็นหนี้ค่าภาษีรวมสามล้านบาทเศษโดยจำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดในระหว่างที่เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นเงินหนึ่งล้านบาทเศษจำเลยทั้งสามเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสามเด็ดขาด และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2527 โจทก์นำคดีมาฟ้องเกิน 2 ปีนับแต่จำเลยที่ 2 ออกมาแล้ว จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิด และมิใช่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 1 และที่ 3 เด็ดขาดส่วนจำเลยที่ 2 ได้ออกจากการเป็นหุ้นส่วนในห้างจำเลยที่ 1ไปจนถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกินกว่า 2 ปีแล้ว จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องร่วมรับผิด ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 2เด็ดขาดจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้โอนหุ้นให้แก่จำเลยที่ 3 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2527 และนำไปขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนสำนักทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 กรณีเช่นนี้จึงต้องถือว่า จำเลยที่ 2 ออกจากการเป็นหุ้นส่วนของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2528 แม้จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดในหนี้ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนจำเลยที่ 2 ออกไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1051 แต่โจทก์ไม่ได้แจ้งการประเมินภาษีอากรให้จำเลยที่ 2 ทราบคงแจ้งการประเมินภาษีอากรไปยังจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 หุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1ในขณะนั้น การที่โจทก์ส่งหนังสือเตือนให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินภาษีที่ค้างอยู่เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2529 และวันที่ 2 เมษายน 2530หนังสือเตือนดังกล่าวไม่ปรากฏว่าได้ระบุแจ้งผลการประเมินตามรายการอากรสำแดงหรือมีรายการแยกแยะเป็นรายละเอียดภาษีอากรที่จะชำระเอาไว้แต่อย่างใด ถือไม่ได้ว่าเป็นการแจ้งการประเมินภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร แต่เป็นหนังสือทวงถามให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามปกติดังเช่นหนี้ทั่วไป ปรากฏว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2530 อันเป็นเวลาภายหลัง 2 ปี นับแต่จำเลยที่ 2ออกจากการเป็นหุ้นส่วนของจำเลยที่ 1 ไปแล้วจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดในหนี้ที่จำเลยที่ 1 ได้ก่อให้เกิดขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1068 ที่บัญญัติว่าความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนอันเกี่ยวแก่หนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนตนออกจากหุ้นส่วนนั้นย่อมจำกัดสองปีนับแต่เมื่อออกจากหุ้นส่วน ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธินำหนี้ดังกล่าวมาฟ้องจำเลยให้ล้มละลายได้พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - กรมสรรพากร
จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด คอ ฟฟีเดอเซ็นทรัล กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1023, ม. 1024, ม. 1051, ม. 1068
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 14
ประมวลรัษฎากร — ม. 18 - องค์คณะ
- สุทธิ นิชโรจน์
สวิน อักขรายุธ
ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา