ฎีกา ปี พ.ศ. 2539 อาญา
ฎีกาที่ 4663/2539
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยพรากเด็กหญิงล. และนางสาวพ.ผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันสมควรและพรากนางสาวธ. ผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารการพรากเด็กและพรากผู้เยาว์ของจำเลยนั้นก็โดยเจตนากระทำต่อผู้เสียหายและบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลของผู้เสียหายแต่ละคนโดยเฉพาะการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันรวม3กระทง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276, 278, 310, 317, 318, 91จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรคแรก, 310 วรรคแรก, 317 วรรคแรก, 318 วรรคท้ายให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานข่มขืนกระทำชำเราจำคุก 6 ปี ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง จำคุก 1 ปีฐานพรากเด็กและผู้เยาว์ให้ลงโทษตามมาตรา 318 วรรคท้ายซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90จำคุก 3 ปี รวมจำคุก 10 ปีจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษายืนจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับความผิดฐานพรากเด็กและพรากผู้เยาว์นั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยพรากเด็กหญิงลัดดาวัลย์ เพชรกระจายและนางสาวพรทิพย์ คำแก้วผู้เยาว์ ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันสมควร และพรากนางสาวธัญรัตน์ เพชรกระจายผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร เห็นได้ว่าการพรากเด็กและพรากผู้เยาว์ของจำเลยนั้นก็โดยเจตนาจะทำให้เกิดผลต่างกรรมกัน แม้จะพรากไปในคราวเดียวกันก็เป็นการกระทำต่อผู้เสียหายและบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลของผู้เสียหายแต่ละคนโดยเฉพาะการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันรวม 3 กระทง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคแรกและมาตรา 318 วรรคสาม เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 318 วรรคสาม ซึ่งมีโทษหนักที่สุดนั้นศาลฎีกาเห็นว่ายังไม่ถูกต้อง แต่เนื่องจากโจทก์มิได้อุทธรณ์และฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยสำหรับความผิดฐานนี้รวม 3 กระทงจึงไม่อาจเพิ่มเติมโทษจำเลยให้หนักไปกว่าโทษตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองได้ แต่เห็นสมควรปรับบทลงโทษจำเลยเสียให้ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 วรรคแรก มาตรา 318 วรรคแรก และมาตรา 318 วรรคท้ายการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน รวม 3 กระทงนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดทุ่งสง
จำเลย - นาย ดึงษา อาศัย - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 91, ม. 317, ม. 318
- องค์คณะ
- ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
ทวีชัย เจริญบัณฑิต
ดุสิต เพชรปลูก
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา