ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 แพ่ง
ฎีกาที่ 4670/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำพิพากษาตามยอมของศาลชั้นต้น ซึ่งตามกฎหมายคำพิพากษาของศาลจะเพิกถอนไม่ได้ เว้นแต่จะถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข กลับ หรืองดเสีย โดยคำพิพากษาของศาลในลำดับที่สูงกว่าเมื่อคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาในข้อที่ไม่อาจจะพิพากษาให้ได้โดยชอบด้วยกฎหมายเช่นนี้ ศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะยกฟ้องโจทก์เสียได้ในชั้นตรวจคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 131(2) ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำฟ้องและคืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์ทั้งหมดจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาจำเลยทั้งสองสมคบกันทำการฉ้อฉลโจทก์ ทำสัญญาซื้อขายใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักร โรงเลื่อยจักรทวีสินสมบูรณ์ของจำเลยที่ 1 ให้แก่จำเลยที่ 2 โดยมิได้มีเจตนาซื้อขายกันอย่างแท้จริง แล้วจำเลยที่ 1 แสร้งประพฤติผิดสัญญา จำเลยที่ 2 ได้ฟ้องขอบังคับจำเลยที่ 1 ให้โอนทรัพย์สินตามสัญญาซื้อขายแล้วจำเลยทั้งสองได้สมยอมกันทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยที่ 1ยอมโอนใบอนุญาตโรงงานแปรรูปไม้ดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ตามคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 683/2530 ของศาลชั้นต้น ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต เพื่อประสงค์จะเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ให้พ้นจากการบังคับคดี ขอให้เพิกถอนคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 683/2530 ของศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า คำขอท้ายฟ้องที่ขอให้เพิกถอนคำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วยกันนั้น ไม่อาจบังคับให้ได้ จึงไม่รับคำฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับคำฟ้องของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 683/2530 ของศาลชั้นต้น ซึ่งตามกฎหมายคำพิพากษาของศาลจะเพิกถอนไม่ได้เว้นแต่จะถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข กลับหรืองดเสียโดยคำพิพากษาของศาลในลำดับที่สูงกว่า เมื่อคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ขอให้ศาลพิพากษาในข้อที่ไม่อาจจะพิพากษาให้ได้โดยชอบด้วยกฎหมายเช่นนี้ ศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะยกฟ้องโจทก์เสียได้ในชั้นตรวจคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 131(2) ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำฟ้องและคืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์ทั้งหมดจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องและเมื่อได้วินิจฉัยดังนี้แล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ที่ว่า กรณีจะมีคำสั่งไม่รับฟ้องได้นั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ศาลจะต้องกำหนดเงื่อนไขให้โจทก์ปฏิบัติเสียก่อน ถ้าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดจึงจะสั่งไม่รับฟ้องได้อีกแต่อย่างใด ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า เมื่อศาลไม่อาจพิจารณาให้เพิกถอนคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 683/2530 ของศาลชั้นต้นตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ได้ศาลก็อาจพิพากษาแต่เพียงให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 683/2530 ของศาลชั้นต้นได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์หาได้มีคำขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความด้วยไม่ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ คา เธ่ย์ไฟแนนซ์ จำกัด
จำเลย - นาย เกียว ตั้ง บัณฑิต กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 18, ม. 131 (2), ม. 145, ม. 172 วรรคสาม
- องค์คณะ
- ตัน เวทไว
บุญส่ง วรรณกลาง
วิทวัส อยู่วัฒนา
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา