ฎีกา ปี พ.ศ. 2528 แพ่ง
ฎีกาที่ 4692/2528
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยเป็นหนี้โจทก์ 12,960 บาท ได้เขียนสัญญากู้เงินโดยยังมิได้เขียน จำนวนเงินที่กู้ให้โจทก์ไว้ ต่อมาโจทก์ได้เขียนจำนวนเงินกู้ 15,000 บาท ลงในสัญญากู้โดยจำเลยมิได้ยินยอม ดังนี้ การที่โจทก์เขียนข้อความ ในสัญญากู้ว่า ได้มีการกู้ในจำนวนเงินถึง 15,000 บาทเกินกว่า จำนวนหนี้ที่เป็นจริงโดยจำเลยมิได้รู้เห็นและยินยอมด้วยสัญญากู้เงิน ดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอมใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องบังคับคดี หาได้ไม่แม้ขณะโจทก์เขียนจำนวนเงิน 15,000 บาทในสัญญากู้ จำเลยเป็นหนี้โจทก์12,960 บาทศาลก็จะบังคับให้จำเลยชำระหนี้ ดังกล่าวโดยอาศัยสัญญากู้นั้นไม่ได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่1313/2515)
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์ไปเป็นเงิน 15,000 บาทดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ถึงกำหนดแล้วไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไปเพียง 500 บาท ตกลงดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยเป็นผู้เขียนสัญญา แต่ไม่ได้เขียนจำนวนเงินกู้กับอัตราดอกเบี้ยไว้ จำเลยชำระหนี้คืนโจทก์แล้ว โจทก์เพิ่มเติมข้อความในสัญญาโดยมีเจตนาทุจริตต่อจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหามาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแต่เฉพาะข้อกฎหมายที่ว่าจำเลยจะต้องรับผิดใช้เงินตามสัญญากู้เงินที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์12,960 บาท ได้เขียนสัญญากู้เงินตามเอกสารหมาย จ.1 โดยยังมิได้เขียนจำนวนเงินที่กู้ให้โจทก์ไว้ ต่อมาโจทก์ได้เขียนจำนวนเงินกู้ 15,000 บาท ลงในสัญญากู้โดยจำเลยมิได้ยินยอม พิเคราะห์แล้วเห็นว่าการที่โจทก์เขียนข้อความในสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ว่า ได้มีการกู้ในจำนวนเงินถึง 15,000 บาทเกินกว่าจำนวนหนี้ที่เป็นจริงโดยจำเลยมิได้รู้เห็นและยินยอมด้วย สัญญากู้เงินตามเอกสารหมาย จ.1 จึงเป็นเอกสารปลอม ใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่ แม้ขณะโจทก์เขียนจำนวนเงิน 15,000 บาท ในสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.1 จำเลยเป็นหนี้โจทก์ 12,960 บาท ศาลก็จะบังคับให้จำเลยชำระหนี้ดังกล่าวโดยอาศัยสัญญากู้ หมาย จ.1 ไม่ได้ ทั้งนี้ตามนัยแห่งคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1313/2515 ระหว่าง นายสอน บุราณ โจทก์ นายบุญชนะพันธ์ ที่ 1 นางดำ วงษ์ละคร ที่ 2 จำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์จึงชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 400 บาท แทนจำเลย
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นางสาวบุญนาค ศรีสันต์
จำเลย - นายบุญส่ง ไหลล้น - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 653
- องค์คณะ
- สมประสงค์ พานิชอัตรา
ยนต์ พิรวินิจ
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา