ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 อาญา

ฎีกาที่ ADMIN 4723/2529

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์จำเลยมีกรณีพิพาทฟ้องร้องแย่งสิทธิครอบครองที่นาพิพาทกันระหว่างพิจารณาคดีนั้นศาลอนุญาตให้จำเลยเข้าทำนาพิพาทโดยเสียค่าเช่าจำเลยย่อมมีสิทธิครอบครองที่พิพาทการที่จำเลยหว่านถั่วเขียวลงในที่นาพิพาทแม้หลังจากศาลฎีกาพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่นาพิพาทแล้วก็เป็นกรณีที่จำเลยไม่ยอมสละการครอบครองมิใช่เพิ่งเข้าไปครอบครองที่นาพิพาทในวันเวลาที่โจทก์ฟ้องการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก หลักไม้ที่จ่าศาลปักไว้ในที่พิพาทเพื่อการรังวัดสอบเขตตามคำสั่งศาลเป็นเครื่องหมายเขตที่ทำขึ้นเป็นสังเขปเพื่อประโยชน์แก่การบังคับคดีมิใช่เครื่องหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพย์การที่จำเลยถอนหลักไม้ดังกล่าวทิ้งจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา363.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2525 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันยักย้ายและทำลายเครื่องหมายเขตที่นาของนางจิ เจริญศักดิ์ ผู้เสียหายเพื่อถือเอาที่ดินนาอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหาย และเมื่อระหว่างวันที่ 20 มกราคม2525 ถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2525 เวลากลางวันกลางคืนติดต่อกัน จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันเข้าไปในที่นาซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยเข้าไปปลูกและหว่านถั่วเขียวเต็มเนื้อที่ เพื่อถือการครอบครอง อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข เหตุเกิดตำบลโนนคูณ อำเภอคอนสามจังหวัดชัยภูมิ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 363, 365, 83 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362, 363, 365, 83 ลงโทษบทหนักตามมาตรา 363 ประกอบมาตรา 365,89, 90 จำคุกคนละ 6 เดือน จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า สำหรับความผิดฐานบุกรุกนั้นปรากฏว่าโจทก์จำเลยมีกรณีพิพาทฟ้องร้องแย่งสิทธิครอบครองที่นาพิพาทกันมาก่อนระหว่างการพิจารณา ศาลได้อนุญาตให้จำเลยเป็นฝ่ายได้เข้าทำนาพิพาทโดยเสียค่าเช่าจำเลยจึงมีสิทธิครอบครองที่พิพาท ปรากฏว่าหลังจากเสร็จการทำนาแล้ว จำเลยที่ 3ได้หว่านถั่วเขียวลงไปในที่พิพาท แม้จะเป็นเวลาภายหลังที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทแล้ว แต่จำเลยยังคงอาศัยสิทธิครอบครองอยู่เดิมมิใช่เพิ่งเข้าไปครอบครองที่พิพาทในวันเวลาที่โจทก์ฟ้อง ฉะนั้นการที่จำเลยยังคงอยู่ในที่พิพาทต่อมาจึงเป็นเรื่องไม่ยอมสละการครอบครอง หาเป็นความผิดทางอาญาดังฟ้องไม่ ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฐานบุกรุกโดยยักย้ายและทำลายเครื่องหมายเขตที่นาของผู้เสียหายนั้น เห็นว่า หลักไม้ที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ถอนทิ้งเป็นหลักไม้ที่จ่าศาลปักไว้เพื่อการรังวัดสอบเขตตามคำสั่งศาล หลักไม้ที่ปักไว้ดังกล่าวเป็นเพียงเครื่องหมายเขตที่ทำขึ้นเป็นสังเขปเพื่อประโยชน์แก่การบังคับคดีหาใช่หลักหรือเครื่องหมายเขตที่แสดงสิทธิแห่งอสังหาริมทรัพย์โดยแท้จริงไม่การกระทำของจำเลยที่ 3 ยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 363 พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำ ศาลจังหวัด ภูเขียว
จำเลย - นาง ป้อ จิตรกล้า กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 362, ม. 363
องค์คณะ
สุพจน์ นาถะพินธุ
มาโนช เพียรสนอง
สีนวล คงลาภ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา