ฎีกา ปี พ.ศ. 2540 แพ่ง
ฎีกาที่ 4729/2540
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยในฐานะทนายความของโจทก์มีหน้าที่ต้องจัดทำคำให้การแทนโจทก์ และต้องยื่นให้ทันภายในกำหนดเวลายื่นคำให้การ เมื่อจำเลยนำคำให้การมายื่นเมื่อพ้นระยะเวลายื่นคำให้การแล้ว ทั้งมิได้ดำเนินการเพื่อขออนุญาตยื่นคำให้การ ทำให้โจทก์เสียเปรียบในการดำเนินคดีอย่างยิ่งถือได้ว่าจำเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทนายความก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ เป็นการผิดสัญญา จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ และถึงแม้โจทก์จะมิได้นำสืบว่าค่าเสียหายอันเกิดจากการกระทำของจำเลยมีเพียงใด ศาลย่อมมีอำนาจกำหนดให้ได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เดิมโจทก์ถูกนางอนงค์ฟ้องเรียกหนี้ค่าซื้อสินค้าจำเลยรับเป็นทนายความให้โจทก์โดยคิดค่าจ้าง 15,000 บาท ชำระล่วงหน้า 5,000 บาทแต่จำเลยกลับยื่นคำให้การต่อสู้คดีเมื่อพ้นกำหนด 1 วัน เป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่งไม่รับคำให้การและโจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การโดยจำเลยมิได้รอฟังคำสั่งและมิได้ดำเนินการเพื่อขออนุญาตยื่นคำให้การ เพราะมิได้จงใจขาดนัด การกระทำของจำเลยเป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ต้องแพ้คดีและถูกพิพากษาให้ใช้เงิน 115,320 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 30 มีนาคม 2536 จนกว่าจะชำระเสร็จและต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมรวมทั้งในการยื่นอุทธรณ์เป็นเงิน 8,997.50 บาท โจทก์ชำระค่าจ้างว่าความล่วงหน้าให้จำเลยไปแล้ว5,000 บาท และโจทก์ต้องเสียค่าจ้างทนายความคนใหม่เป็นเงิน 15,000 บาท รวมค่าเสียหาย 144,317.50 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 144,317.50 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 144,317.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ถอนจำเลยจากการเป็นทนายความแล้ว จำเลยจึงหมดหน้าที่ในการต่อสู้คดีให้โจทก์ คดีดังกล่าวโจทก์ไม่มีพยานบุคคลและพยานเอกสาร โจทก์ยอมรับว่าได้ซื้อสินค้าจริง และให้จำเลยช่วยเจรจาขอผ่อนชำระ โจทก์มิได้มอบเงิน5,000 บาท แก่จำเลย โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดข้อตกลงที่จะต้องมอบเงินค่าใช้จ่ายแก่จำเลยก่อนครบกำหนดยื่นคำให้การ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยคู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งว่า เดิมนางอนงค์ นิมา ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 712/2536 ของศาลจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์จึงว่าจ้างจำเลยให้เป็นทนายความแก้ต่างให้ โดยตกลงค่าทนายความ 10,000 บาท และค่าใช้จ่ายอื่นอีก5,000 บาท จำเลยเรียงคำให้การยื่นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2536 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำให้การ เนื่องจากยื่นเกินกำหนด ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์รับผิดต่อนางอนงค์ นิมาศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนประเด็นวินิจฉัยในชั้นฎีกามีว่า จำเลยกระทำผิดสัญญาหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยในฐานะทนายความของโจทก์มีหน้าที่ต้องจัดทำคำให้การแทนโจทก์ และต้องยื่นให้ทันภายในกำหนดเวลายื่นคำให้การ แต่ปรากฏว่าจำเลยนำคำให้การมายื่นเมื่อพ้นระยะเวลายื่นคำให้การแล้ว ทั้งมิได้ดำเนินการเพื่อขออนุญาตยื่นคำให้การ ทำให้โจทก์เสียเปรียบในการดำเนินคดีอย่างยิ่ง เพราะตามคำให้การของจำเลยที่นำยื่นในคดีดังกล่าวจำเลยเรียงคำให้การว่า โจทก์เป็นหนี้นางอนงค์ นิมา เพียง 69,080 บาท มิใช่เป็นจำนวนถึง 188,330 บาท ตามที่นางอนงค์ นิมา ฟ้องและศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นหนี้นางอนงค์ นิมา จำนวน 135,320 บาท มิใช่เป็นหนี้จำนวน 188,330 บาท ถือได้ว่าจำเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทนายความก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์เป็นการผิดสัญญา จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นประเด็นวินิจฉัยข้อสุดท้ายมีว่า จำเลยจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เพียงใด ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิได้ยื่นคำให้การภายในระยะเวลายื่นคำให้การ ทำให้โจทก์ต้องแพ้คดี ถือได้ว่า การกระทำของจำเลยก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์แล้ว แม้โจทก์จะมิได้นำสืบว่า ค่าเสียหายอันเกิดจากการกระทำของจำเลยมีเพียงใด ศาลย่อมมีอำนาจกำหนดให้ได้ ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยต้องชดใช้แก่โจทก์ 60,000 บาท นั้น จึงเหมาะสมแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นอีกเช่นกัน"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาง นงลักษณ์ ยิ้มงาม
จำเลย - นาย วิทยา บูรณศิล - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 222, ม. 587
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 62 - องค์คณะ
- ยรรยง ปานุราช
ไพศาล รางชางกูร
พิธี อุปปาติก
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา