ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่ง

ฎีกาที่ 4741/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ผู้ที่จะร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพื่อคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 ต้องเป็นคู่ความในคดีที่ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองนั้น ผู้ร้องสอดเพียงแต่ยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความ ผู้ร้องสอดจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองประโยชน์ตามบทบัญญัติดังกล่าว.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้ร้องยื่นคำร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม โดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาถึงที่สุดของจำเลย และได้ยึดที่ดินของจำเลยรวม 2 โฉนดไว้แล้ว อยู่ในระหว่างจะนำออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นงดการพิจารณาคดีหรือเลื่อนการพิจารณาคดีออกไป เนื่องจากผู้ร้องจะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับคำร้องสอดเพื่อฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ก่อน ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องและทำการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวเนื่องจากจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา แล้วพิพากษาว่าที่ดินที่ผู้ร้องอ้างว่ายึดไว้แล้วเป็นของโจทก์ ให้จำเลยเพิกถอนชื่อออกจากโฉนดที่ดินทั้งสองแปลง หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาผู้ร้องสอดอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว และยื่นคำร้องว่า โจทก์กำลังจะโอนที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวข้างต้นให้บุคคลอื่น ซึ่งจะทำให้ผู้ร้องเสียหาย ขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งให้ศาลชั้นต้นมีหนังสือไปยังเจ้าพนักงานที่ดินให้ระงับการเพิกถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดที่ดินและระงับการทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินตามโฉนดดังกล่าว หรือเพิ่มภาระแก่ที่ดิน จนกว่าศาลสูงจะได้มีคำสั่งให้รับคำร้องสอด ยกคำสั่งและคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี อันเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คดีไม่มีเหตุสมควรที่จะสั่งคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้อง ให้ยกคำร้องผู้ร้องสอดฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การขอให้ศาลมีคำสั่งเพื่อคุ้มครองประโยชน์ตามวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งภาค 4 ลักษณะ 1 หมวด 1 โดยเฉพาะตามมาตรา 264 ที่ผู้ร้องอ้างอิงบัญญัติว่า "ข้อความในหมวดนี้มิให้ถือว่าห้ามคู่ความในอันที่จะมีคำขอในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา เช่น ให้นำทรัพย์สินหรือเงินที่พิพาทมาวางต่อศาล ฯลฯ ผู้ที่จะขอได้จึงต้องเป็นคู่ความในคดีที่ขอให้มีคำสั่งคุ้มครองนั้น ผู้ร้องเพียงแต่ยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความ ในขณะยื่นคำร้องผู้ร้องมิใช่คู่ความ จึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองประโยชน์ตามบทบัญญัติดังกล่าวมานี้พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย กิมลุ้ย สัม มา
โจทก์ - ผู้ร้องสอด
โจทก์ - นาย สม พงษ์ สิงห พันธุ์
จำเลย - นาง เฉลียว สุข อุทัย
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 264
องค์คณะ
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
สุเทพ กิจสวัสดิ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา