ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 อาญา

ฎีกาที่ 4784/2529

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การที่จะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จนั้น ผู้กระทำจะต้องกระทำโดยมีเจตนา คือรู้อยู่แล้วว่าข้อความที่ตนนำมาเบิกความนั้นเป็นความเท็จโจทก์ซึ่งเป็นกำนันท้องที่ใช้รถแทรกเตอร์ขุดดินเพื่อบูรณะหนองน้ำสาธารณะที่ ก.แจ้ง ส.ค.1 ไว้ว่าเป็นของตน การที่จำเลยเบิกความว่าโจทก์บุกรุกที่ดินของ ก. เป็นการเบิกความไปตามหลักฐานการแจ้งการครอบครอง จึงไม่เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จในความผิดฐานบุกรุก ส่วนที่จำเลยเบิกความว่าโจทก์ตัดฟันต้นจากสาคูของก.โดยที่โจทก์มิได้ตัดฟันนั้น ย่อมเป็นการเบิกความเท็จในข้อสำคัญในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าได้เบิกความเป็นพยานในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 291/2524 ของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช มีข้อความสรุปได้เป็นทำนองเดียวกันว่าโจทก์ได้บุกรุกเข้าไปขุดดินในที่นาของนายเกตุ ติกขนา และตัดฟันต้นจากสาคู ซึ่งนายเกตุปลูกไว้ได้รับความเสียหาย ความจริงที่ดินที่โจทก์ขุดไม่ใช่ที่นาของนายเกตุ แต่เป็นหนองน้ำสาธารณะ และไม่มีต้นจากสาคูของนายเกตุทั้งโจทก์ก็มิได้ขุดต้นจากสาคูด้วยข้อความที่จำเลยเบิกความเท็จเป็นข้อสำคัญในคดีเพื่อให้ศาลพิพากษาลงโทษโจทก์แต่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชไม่เชื่อคำเบิกความของจำเลยจึงพิพากษายกฟ้อง เหตุเกิดตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177, 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้องจำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 ให้จำคุกคนละ 6 เดือนจำเลยทั้งห้าฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายเกตุแจ้ง ส.ค.1 ทับที่หนองน้ำสาธารณะ และโจทก์มิได้ตัดฟันต้นจากสาคูที่นายเกตุปลูกไว้ แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่าการที่จะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จนั้น ผู้กระทำต้องกระทำโดยมีเจตนา คือรู้อยู่แล้วว่าข้อความที่ตนนำมาเบิกความนั้นเป็นความเท็จ การที่จำเลยทั้งห้าเบิกความโดยยึดถือหลักฐานตามเอกสารที่นายเกตุแจ้งการครอบครองไว้ว่าโจทก์บุกรุกที่ดินของนายเกตุ จึงเบิกความไปตามหลักฐานการแจ้งการครอบครอง ไม่เป็นความผิด ส่วนที่จำเลยทั้งห้าเบิกความว่า โจทก์ตัดฟันต้นจากสาคูของนายเกตุได้รับความเสียหายจึงเป็นการเบิกความเท็จในข้อสำคัญในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ แต่โทษของจำเลยทั้งห้าตามที่ศาลอุทธรณ์กำหนดสูงเกินไปพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยคนละ 3 เดือน ปรับคนละ 1,000 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษ

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นายชอบ ดิษฐาน
จำเลย - นายสมบูรณ์ ติกขนา กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 59, ม. 177
องค์คณะ
จำนง นิยมวิภาต
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
เสียง ตรีวิมล

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา