ฎีกา ปี พ.ศ. 2538 อาญา

ฎีกาที่ 4807/2538

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาทั้งสามคดีว่าโจทก์เป็นผู้ทำคำแถลงถอนการยึดทรัพย์อันเป็นการปกปิดข้อความจริงทั้งที่จำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำแถลงขอถอนการยึดทรัพย์ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ศาลและเสียค่าธรรมเนียมยึดทรัพย์เองคำฟ้องโจทก์พอเข้าใจได้ว่าข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นเท็จอย่างไรความจริงเป็นอย่างไรแต่คำฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าคำเบิกความของจำเลยในคดีก่อนเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไรฉะนั้นฟ้องโจทก์จึงมิได้บรรยายถึงการกระทำหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีจึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา158(5)

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2536 วันที่ 1 เมษายน2536 และวันที่ 21 เมษายน 2536 เวลากลางวัน จำเลยได้เบิกความเท็จในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2404/2536, 2259/2536 และ 2565/2538 ของศาลชั้นต้น เรื่อง ฉ้อโกงและความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คว่า โจทก์หลอกลวงให้จำเลยถอนการยึดทรัพย์คดีดังกล่าว ซึ่งความจริงแล้วจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำแถลงขอถอนการยึดทรัพย์และลงลายมื่อชื่อเป็นผู้เรียกพิมพ์เองยื่นต่อเจ้าหน้าที่ศาล ตลอดจนเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมถอนการยึดทรัพย์เองทั้งสิ้น ข้อความดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดีนี้ ซึ่งหากศาลเชื่อในคำเบิกความของจำเลยก็อาจจะลงโทษโจทก์ได้ เหตุเกิดที่ตำบลมหาชัยอำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177, 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177, 91 จำเลยกระทำผิดสามกระทง จำคุกกระทงละ 6 เดือนรวมจำคุก 1 ปี 6 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาทั้งสามคดีว่า โจทก์เป็นผู้ทำคำแถลงถอนการยึดทรัพย์อันเป็นการปกปิดข้อความจริง ทั้งที่จำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำแถลงขอถอนการยึดทรัพย์ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ศาลและเสียค่าธรรมเนียมยึดทรัพย์เอง คำฟ้องโจทก์พอเข้าใจได้ว่าข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นเท็จอย่างไร ความจริงเป็นอย่างไรแต่คำฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าคำเบิกความของจำเลยในคดีก่อนเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร ฉะนั้นฟ้องโจทก์จึงมิได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5)พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย พิพัฒน์ เธียรธวัช
จำเลย - นาย สำรอง สิทธิแพทย์
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 177
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 158 (5)
องค์คณะ
วุฒิ คราวุฒิ
มงคล สระฏัน
อธิราช มณีภาค

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา