ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 อาญา
ฎีกาที่ 4816/2529
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การที่จำเลยมียาสูบที่มีผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลียงอากรอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร กับมียาสูบจำนวนเดียวกันโดยมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาสูบในวันเวลาเดียวกัน ดังนี้เห็นได้ว่า จำเลยมีเจตนาในผลอย่างเดียวกัน คือการหลีกเลี่ยงที่จะไม่ต้องเสียภาษีอากรตามกฎหมาย ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องแยกการกระทำผิดของจำเลยเป็นสองข้อและจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลก็ลงโทษจำเลยหลายกรรมเป็นกระทงความผิดไม่ได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ และรับไว้ซึ่งยาสูบเป็นบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศและมีผู้ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยจำเลยรู้อยู่แล้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร และจำเลยซึ่งมิใช่เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบได้มีของกลางดังกล่าวโดยมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบตามกฎหมายไว้ในครอบครองเกินกำหนดตามกฎหมายเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ทวิ ตามที่ได้แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ มาตรา ๑๙, ๒๔, ๔๙, ๕๐ ตามที่ได้แก้ไขแล้ว ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ริบของกลางและจ่ายเงินรางวัลตามกฎหมาย
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้นช่วยจำหน่ายยาสูบซิกาแรตต่างประเทศ ปรับ ๙๔,๗๘๘.๙๖ บาท ฐานมียาสูบที่ไม่ได้ปิดแสตมป์ไว้ในครอบครองเพื่อขาย ปรับ ๒๒๕,๐๐๐ บาท รวมปรับ ๓๑๙,๗๘๘.๙๖ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเมื่อสืบพยานไปบ้างแล้ว ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงปรับ ๒๑๓,๑๙๒.๖๔ บาท ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ทวิ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับ ๙๔,๗๘๘.๙๖ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้หนึ่งในสามแล้วคงปรับ ๖๓,๑๙๒.๖๔ บาท
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยมียาสูบที่มีผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรตามกฎหมาย กับการที่จำเลยมียาสูบจำนวนเดียวกันนั้นโดยมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบในวันเวลาเดียวกัน เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาในผลอย่างเดียวกัน คือ การหลีกเลี่ยงที่จะไม่ต้องเสียภาษีอากรตามกฎหมาย ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท แม้โจทก์จะแยกบรรยายการกระทำความผิดของจำเลยมาในฟ้องเป็นข้อ ก.และข้อ ข. เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการกระทำต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันและจำเลยให้การรับสารภาพก็ตาม ศาลจะลงโทษจำเลยหลายกรรมเป็นกระทงความผิดไม่ได้
พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ
จำเลย - นางสาวบุญมี มหรรฆวุธ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 90, ม. 91
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 176
พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 — ม. 19, ม. 24, ม. 49, ม. 50
พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 — ม. 27 ทวิ - องค์คณะ
- สาระ เสาวมล
สมศักดิ์ เกิดลาภผล
สุนทร จันทรศักดิ์ - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลอาญา - นายสมชาย รังสิกรรพุม
ศาลอุทธรณ์ - นายเริงธรรม ลัดพลี
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา