ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 แพ่ง
ฎีกาที่ 488/2536
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การส่งสำเนาเอกสารให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่น้อยกว่าสามวัน ก่อนวันสืบพยาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 90 นั้น หมายความว่าส่งให้ถึงคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่น้อยกว่าสามวันก่อนวันสืบพยาน เพราะเป็นความประสงค์ของกฎหมายเพื่อให้ฝ่ายที่ถูกอ้างเอกสารมายันได้มีโอกาสตรวจสอบเอกสารก่อนจะได้ซักค้านพยานได้ถูกต้อง ไม่เสียเปรียบแก่กัน
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2530 จำเลยที่ 1 เช่าซื้อเครื่องวีดีโอจากโจทก์ 1 เครื่อง ราคา 17,875 บาท จำเลยที่ 2เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อแล้วเป็นเงิน 7,200 บาท แล้วผิดนัดเกินกว่า 2 คราว ติดต่อกันโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแล้ว ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเครื่องวีดีโอแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ก่อนจำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นอนุญาตและจำหน่ายคดีจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 ให้การว่า ผู้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อมิได้รับมอบอำนาจโดยชอบจากโจทก์ สัญญาเช่าซื้อเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญาซื้อขายเงินผ่อน กรรมสิทธิ์ในทรัพย์จึงเป็นของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันทำสัญญาโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์คืนหรือให้ชดใช้ราคา สัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันเป็นโมฆะ จำเลยไม่เคยได้รับคำบอกเลิกสัญญาจากโจทก์ ทรัพย์มีราคาเพียง 12,000 บาท ขอให้ยกฟ้องระหว่างสืบพยานโจทก์ คู่ความรับกันว่า โจทก์ส่งสำเนาเอกสารหมาย จ.2 ให้แก่จำเลยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนเมื่อวันที่ 20 เมษายน2532 จำเลยที่ 2 ได้รับเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2532 ศาลนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 25 เมษายน 2532 คู่ความตกลงท้ากันเกี่ยวกับการส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวว่า หากศาลฟังว่าโจทก์ส่งสำเนาเอกสารก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสามวัน จำเลยที่ 2 ยอมแพ้คดีและคืนเครื่องวีดีโอที่เช่าซื้อแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้จะใช้ราคาแทน 10,675 บาท แต่หากศาลฟังว่าโจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสามวัน โจทก์ยอมแพ้คดีศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาเอกสารหมาย จ.2 ให้จำเลยก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสามวัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 โจทก์จึงต้องแพ้คดีตามคำท้า พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 90 บัญญัติไว้ความว่า คู่ความฝ่ายใดอ้างอิงเอกสารเป็นพยานหลักฐานให้ส่งให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งสำเนาเอกสารนั้น ๆก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสามวัน ฯลฯ นั้น เป็นความประสงค์ของกฎหมายที่ต้องการจะให้ฝ่ายที่อ้างเอกสารเป็นพยานส่งสำเนาให้อีกฝ่ายหนึ่งก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสามวัน เพื่อให้ฝ่ายที่ถูกอ้างเอกสารมายันได้มีโอกาสตรวจสอบเอกสารก่อน จะได้ซักค้านพยานได้ถูกต้องไม่เสียเปรียบแก่กันดังนั้น คำว่า "ส่งให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งสำเนาเอกสารนั้น ๆ " จึงมีความหมายว่า ส่งสำเนาเอกสารให้ถึงคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง หากจะถือเอาวันที่ส่งสำเนาเอกสารเป็นสำคัญแล้วก็ย่อมเปิดช่องให้มีการเอาเปรียบแก่กันได้ดังจะเห็นได้ในคดีนี้ว่าโจทก์ส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยที่ 2ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2532 แต่จำเลยที่ 2ได้รับสำเนาเอกสารวันที่ 24 เมษายน 2532 ก่อนวันสืบพยานโจทก์เพียงหนึ่งวันจึงมีเวลาที่จะตรวจสอบได้ไม่ถึงสามวันตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เป็นการไม่ชอบด้วยเจตนารมณ์แห่งบทบัญญัติของกฎหมายถือว่าโจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาเอกสารให้แก่จำเลยก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสามวันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90โจทก์จึงต้องแพ้คดีตามคำท้าพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท ซิงเกอร์ ประเทศ ไทย จำกัด
จำเลย - นาย นิรันดร์ ห่อ ทองคำ กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 90
- องค์คณะ
- ปรีชา เฉลิมวณิชย์
อุระ หวังอ้อมกลาง
เริงธรรม ลัดพลี
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา