ฎีกา ปี พ.ศ. 2543 อาญา
ฎีกาที่ 4919/2543
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
บริเวณที่ผู้เสียหายถูกแทงอยู่ที่หน้าอกด้านซ้ายลึกประมาณ 3 ถึง 4เซนติเมตร ถ้าหากถูกแทงแรงกว่านี้ อาจจะทำให้ถึงแก่ความตายเนื่องจาก ทะลุหัวใจ แม้อาวุธมีดของกลางจะเป็นมีดขนาดเล็กที่ใช้ปลอกผลไม้ แต่ก็มีความยาวเฉพาะใบมีดถึง 11 เซนติเมตร กว้าง 1.7 เซนติเมตร และมีความแหลมพอที่จะทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ เมื่อจำเลย แทงผู้เสียหายบริเวณอวัยวะสำคัญจนมีดหัก แสดงว่า แทงโดยแรงแล้ว ยังได้ใช้ขวดสุราและขวดน้ำตีที่ศีรษะผู้เสียหายอีกหลายครั้ง ส่องแสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายมิใช่เพียงเจตนาทำร้าย เมื่อการกระทำของ จำเลยไม่บรรลุผลจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80, 33 ริบมีดของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษจึงลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 8 ปี ริบมีดของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน คำให้การในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์มีผู้เสียหาย นางสาวเพชรรัตน์ นราโต และนายนิคม ปานมณี มาเป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่า จำเลยใช้อาวุธมีดปลายแหลมที่เตรียมมาแทงที่บริเวณราวนมผู้เสียหาย 1 ครั้ง ผู้เสียหายเซล้มไปที่โต๊ะด้านข้าง จำเลยใช้ขวดเหล้าและขวดน้ำตีที่ศีรษะผู้เสียหายอีกหลายครั้งจนศีรษะผู้เสียหายแตกอาวุธมีดที่จำเลยแทงผู้เสียหายหักตกอยู่บนพื้นที่เกิดเหตุ แล้วจำเลยหลบหนีไป และนายธำรง ประสพโภคากร พยานแพทย์ผู้ตรวจรักษาผู้เสียหายเบิกความว่า บริเวณที่ผู้เสียหายถูกแทงนี้อยู่ที่หน้าอกด้านซ้ายลึกประมาณ 3 ถึง 4 เซนติเมตร ถ้าหากผู้เสียหายถูกแทงแรงกว่านี้ ก็อาจจะทำให้ถึงแก่ความตายเนื่องจากทะลุหัวใจ ผู้เสียหายเป็นหญิงหากจะทำให้บาดแผลถึงหัวใจแล้วอาวุธที่ใช้แทงต้องมีความยาว10 เซนติเมตรขึ้นไป เห็นว่า แม้อาวุธมีดของกลางจะเป็นมีดขนาดเล็กที่ใช้ปลอกผลไม้ แต่ก็มีความยาวเฉพาะใบมีดถึง 11 เซนติเมตร กว้าง 1.7 เซนติเมตร และมีความแหลมพอที่จะทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ เมื่อจำเลยแทงผู้เสียหายบริเวณอวัยวะสำคัญจนมีดหัก แสดงว่า แทงโดยแรงแล้วยังได้ใช้ขวดสุราและขวดน้ำตีที่ศีรษะผู้เสียหายอีกหลายครั้ง ส่องแสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายมิใช่เพียงเจตนาทำร้าย เมื่อการกระทำของจำเลยไม่บรรลุผลจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า ข้อต่อสู้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดเพียงฐานทำร้ายผู้เสียหายนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี
จำเลย - นาย เกรียงศักดิ์ เนตรโพธิ์แก้วหรือเนตรโพแก้ว - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 59, ม. 80, ม. 288, ม. 295
- องค์คณะ
- วิเทพ ศิริพากย์
มงคล ทับเที่ยง
ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา