ฎีกา ปี พ.ศ. 2528 อาญา

ฎีกาที่ 4941/2528

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นหญิงโสเภณี โกรธแค้น ว. และบ. ผู้ตาย เรื่องจะสับเปลี่ยนคู่นอนร่วมประเวณี จึงมาเล่าเรื่องและขอให้จำเลยที่ 3 กับพวกไปช่วยสั่งสอนให้หน่อยซึ่งหมายถึงการทำร้ายให้เจ็บตัวเพียงเพื่อ สั่งสอนเท่านั้นหาได้มีเจตนามุ่งหมายถึงกับจะฆ่าให้ตายไม่ ทั้งนี้โดยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ก็ร่วมไปยังที่เกิดเหตุกับจำเลยที่3 กับพวกด้วย เพื่อชี้ตัวให้ดูว่าใครคือ ว. และ บ.การที่จำเลยที่ 3 กระทำรุนแรง ถึงขั้นเจตนาฆ่าโดยใช้มีดแทง บ. ผู้ตายถึงแก่ความตาย ย่อมเป็นการเกินเลยไปจากขอบเขตที่ใช้ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 จำเลยที่ 1 ที่2 ต้องรับผิดทางอาญาเพียงสำหรับความผิดเท่าที่อยู่ในขอบเขตที่ใช้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 87 แต่เมื่อการทำร้าย บ. ผู้ตาย เกิดผลรุนแรงถึงตายดังกล่าวจำเลยที่ 1ที่ 2 ย่อมต้องรับผิดฐาน ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้คนตายตาม มาตรา 290 เพราะการตาย เป็นผลธรรมดาอันย่อมเกิดขึ้นได้จากการทำร้ายตามที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ใช้จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงมีความผิดตามมาตรา 290,84ประกอบด้วย มาตรา 87 วรรคสอง หมายเหตุ ประชุมใหญ่ครั้งที่ 13/2528

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องใจความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันใช้ให้จำเลยที่ 3กับพวกฆ่านายบังยา หรือปัญญา กับนายวิเชียร จำเลยที่ 3 กับพวกมีมีดปลายแหลมคนละเล่มเป็นอาวุธพกพาไปในทางสาธารณะและร่วมกันใช้มีดนั้นแทงนายบังยาโดยเจตนาฆ่า นายบังยาได้ถึงแก่ความตายเพราะพิษบาดแผลที่ถูกแทงนั้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371, 83, 84, 91 และริบมีดของกลางจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ลงโทษประหารชีวิต จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยทั้งสามไว้ตลอดชีวิต ริบมีดของกลาง ข้อหาอื่นให้ยกเสียจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เชื่อว่า จำเลยที่ 3 ใช้มีดแทงนายบังยาโดยเจตนาฆ่าจริง แต่เห็นว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ใช้ให้จำเลยที่ 3 ทำร้ายนายบังยาโดยไม่ทราบมาก่อนว่าจำเลยที่ 3 มีมีด จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงควรรับผิดเพียงในขอบเขตที่ใช้ พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ประกอบด้วย มาตรา 84, 87 ให้จำคุกคนละ 2 ปี ลดรับสารภาพแล้วคงจำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยเชื่อว่าจำเลยที่ 3 แทงนายบังยาถึงแก่ความตาย โดยมีเจตนาฆ่าวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ซึ่งโจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 1ที่ 2 ก็มีเจตนาฆ่า จึงควรรอโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ด้วยนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แลั้ว ข้อเท็จจริงแห่งคดีฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2โกรธแค้นนายวิเชียรและนายบังยาผู้ตายเรื่องจะสับเปลี่ยนคู่นอนร่วมประเวณี จึงมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้จำเลยที่ 3 และนายทิดฟังและขอให้จำเลยที่ 3 และนายทิดไปช่วยสั่งสอนให้หน่อย โดยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ก็ร่วมไปยังที่เกิดเหตุกับจำเลยที่ 3และนายทิดด้วย เพื่อชี้ตัวให้จำเลยที่ 3 และนายทิดดูว่าใครคือนายวิเชียรและนายบังยา ลักษณะเป็นการชวนกันไปทำร้ายผู้ตายนั่นเอง เพราะถ้าจำเลยที่ 1 ที่ 2ไม่ไปชี้ตัวให้ดู จำเลยที่ 3 และนายทิดก็ย่อมไม่ทราบว่าใครคือบุคคลที่ต้องการจะให้สั่งสอน คำว่า "ช่วยสั่งสอนให้หน่อย" ย่อมหมายถึงการทำร้ายให้เจ็บตัวเพียงเพื่อสั่งสอนเท่านั้น หาได้มีเจตนามุ่งหมายถึงกับจะฆ่าให้ตายไม่ การที่จำเลยที่ 3 กระทำการรุนแรงถึงขั้นเจตนาฆ่านั้นเป็นการเกินเลยไปจากขอบเขตที่ใช้ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงต้องรับผิดทางอาญาเพียงสำหรับความผิดเท่าที่อยู่ในขอบเขตที่ใช้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 87 อย่างไรก็ตามศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า แม้จำเลยที่ 1 ที่ 2 จะมีเจตนาเพียงทำร้ายเพื่อสั่งสอนก็ตาม แต่เมื่อการทำร้ายนั้นเกิดผลรุนแรงถึงตาย จำเลยที่ 1ที่ 2 ย่อมต้องรับผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้คนตายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 290 เพราะการตายเป็นผลธรรมดาอันย่อมเกิดขึ้นได้จากการทำร้ายตามที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ใช้ จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 290, 84 ประกอบด้วยมาตรา 87 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295, 84, 87 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้คนตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290, 84 ประกอบด้วยมาตรา 87 วรรคสองจำคุกคนละ 3 ปี จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา 78 คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 คนละ 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ
จำเลย - นางสาวประเสริฐ ศรีนาค กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 84, ม. 87, ม. 288, ม. 290, ม. 295
องค์คณะ
ทวี กสิยพงศ์
เสรี แสงศิลป์
สวัสดิ์ รอดเจริญ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา