ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง
ฎีกาที่ 4947/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยที่ 4 ถึงแก่ความตายขณะคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ย่อมเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ที่จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการเข้าเป็นคู่ความแทนที่ ศาลชั้นต้นจะต้องเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปก่อน และทำการไต่สวนให้ได้ความว่าผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 4 จริงหรือไม่ แล้วส่งคำร้องดังกล่าวพร้อมสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่ง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่แล้วอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ศาลล่างทั้งสองดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้องก่อน
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับมิให้จำเลยนำรังวัดบุกรุกที่ดินของโจทก์และเขตชลประทาน ห้ามจำเลยก่อสร้างเมรุเผาศพในบริเวณใดบริเวณหนึ่งทางด้านทิศตะวันตกของทางรถยนต์ปัจจุบันจำเลยทั้งหกให้การว่า ที่ดินพิพาทเจ้าของเดิมจะขายให้แก่บิดาโจทก์และบิดาโจทก์จะยกที่ดินให้โจทก์หรือไม่ จำเลยไม่ทราบที่ดินพิพาททั้งหมดเป็นของจำเลย หากที่ดินเป็นของโจทก์ จำเลยที่ 1ก็ได้ครอบครองมาโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวก่อนสร้างเมรุเผาศพคณะกรรมการจำเลยที่ 1 ได้พิจารณาหาทางป้องกันเกี่ยวกับเรื่องผง เขม่า ขี้เถ้า และกลิ่นควันจากปล่องเมรุเพื่อมิให้เป็นที่เดือดร้อนแก่ประชาชนบริเวณใกล้เคียงอยู่แล้วจำเลยมิได้ถมดินลงในเขตชลประทาน และโจทก์ไม่เคยใช้เส้นทางส่วนที่จำเลยถมดินเป็นทางขึ้นสู่ทางรถยนต์ปัจจุบัน โจทก์มิได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาห้ามจำเลยทั้งหกก่อสร้างเมรุเผาศพในที่ดินพิพาทหรือบริเวณใดบริเวณหนึ่งทางด้านทิศตะวันตกของทางรถยนต์ปัจจุบัน ตามรูปแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.3โจทก์และจำเลยทั้งหกอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์และจำเลยทั้งหกฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 4 ถึงแก่ความตายขณะคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ย่อมเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ที่จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ 4 ในกรณีเช่นนี้ศาลชั้นต้นจะต้องเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปก่อนและทำการไต่สวนให้ได้ความว่าผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 4 จริงหรือไม่ แล้วส่งคำร้องดังกล่าวพร้อมสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่ง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ 4 แล้วอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟัง จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ศาลล่างทั้งสองดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้องก่อน คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์และจำเลยทั้งหกอีกต่อไปพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กับยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้นางเผือด กันก้อง เข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ 4 ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งและคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีและให้ยกฎีกาของโจทก์และจำเลยทั้งหก คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่โจทก์และจำเลยทั้งหก
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย สุรชัย สัญญะโม
จำเลย - วัด ตา ก้อง กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 42, ม. 43, ม. 243 (1), ม. 243 (2), ม. 247
- องค์คณะ
- มงคล สระฏัน
อธิราช มณีภาค
วุฒิ คราวุฒิ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา