ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 แพ่ง
ฎีกาที่ 4949/2536
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การที่ ส.ลงลายมือชื่อร่วมกับช.มอบอำนาจให้ จ.ฟ้องจำเลยเป็นการกระทำภายหลังจาก ส.ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ซึ่งเป็นบริษัทจำกัดแล้ว จึงไม่ต้องด้วยข้อบังคับของโจทก์ตามหนังสือรับรองที่กำหนด ให้กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ คือ ส.ช. และ จ. สองในสามคนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราของบริษัทจึงจะกระทำการผูกพันโจทก์ การกระทำของ ส. เป็นการกระทำที่ปราศจากอำนาจ จ. ไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ ความเกี่ยวพันระหว่างบริษัทโจทก์กับ ส. ผู้เป็นกรรมการนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167 บัญญัติให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยตัวแทน ฉะนั้น ส.ย่อมจะบอกเลิกการเป็นผู้แทนของโจทก์เสียในเวลาใด ๆก็ได้ทุกเมื่อ และย่อมมีผลทันทีเมื่อได้แสดงเจตนาแก่โจทก์ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 826,827,386 หาใช่มีผลต่อเมื่อโจทก์ได้นำไปจดทะเบียนต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแล้วไม่ ส่วนการบังคับให้จดทะเบียนตามมาตรา 1023 นั้นเป็นกรณีที่โจทก์จะถือเอาประโยชน์แก่บุคคลภายนอกถึงการ เปลี่ยนแปลงยังไม่ได้ จนกว่าจะได้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือ ราชกิจจานุเบกษาแล้ว แต่คดีนี้จำเลยถูกฟ้องในฐานะ ผู้กู้ยืมเงินจากโจทก์ มิใช่ในฐานะผู้ถือหุ้นของโจทก์จึงนับว่าเป็นบุคคลภายนอกย่อมจะถือเอาประโยชน์เช่นว่านั้นได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน1,023,666.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน 800,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่ได้กู้ยืมเงินหรือรับเงินไปจากโจทก์ สัญญากู้ไม่ผูกพันจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยข้อแรกว่านายจิรัฐ ลาวัลย์ตระกูล ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ มีอำนาจฟ้องคดีนี้แทนโจทก์ได้หรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่นายแสงชัยลงลายมือชื่อร่วมกับนายไชยยงค์มอบอำนาจให้นายวิรัฐมาฟ้องจำเลยเป็นการกระทำภายหลังจากนายแสงชัยได้ลาออกจากการเป็นกรรมการผู้มีอำนาจจากโจทก์แล้ว จึงไม่ต้องด้วยข้อบังคับของโจทก์ตามหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.1 ที่กำหนดให้กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ คือนายแสงชัย นายไชยยงค์ และนายเจริญประสิทธิ์วรากุล สองในสามคนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราของบริษัทจึงจะกระทำการผูกพันโจทก์ การกระทำของนายแสงชัยจึงเป็นการกระทำที่ปราศจากอำนาจนายจิรัฐจึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้แทนโจทก์ ที่โจทก์ฎีกาโต้แย้งว่าการลาออกของนายแสงชัยยังไม่มีผลตามกฎหมายเพราะยังไม่ได้มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงนั้นเห็นว่า ความเกี่ยวกันกันในระหว่างบริษัทโจทก์กับนายแสงชัยผู้เป็นกรรมการนั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167กำหนดให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยตัวแทนฉะนั้นนายแสงชัยย่อมจะบอกเลิกการเป็นผู้แทนของโจทก์เสียในเวลาใด ๆก็ได้ทุกเมื่อและย่อมมีผลทันทีเมื่อได้แสดงเจตนาแก่โจทก์ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 826, 827, 386 หาใช่มีผลต่อเมื่อโจทก์ได้นำไปจดทะเบียนต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแล้วไม่ส่วนการบังคับให้จดทะเบียนตามมาตรา 1023 นั้น เป็นกรณีที่โจทก์จะถือเอาประโยชน์แก่บุคคลภายนอกถึงการเปลี่ยนแปลงยังไม่ได้จนกว่าจะได้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาแล้วแต่จำเลยถูกฟ้องในฐานะผู้กู้ยืมเงินจากโจทก์ มิใช่ในฐานะผู้ถือหุ้นของโจทก์ จึงนับว่าเป็นบุคคลภายนอกย่อมจะถือเอาประโยชน์เช่นว่านั้นได้ ทั้งการวินิจฉัยเรื่องอำนาจฟ้องก็มิได้เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นเพราะจำเลยได้ให้การต่อสู้และนำสืบไว้พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท ทักษิณาโฮลดิ้ง จำกัด
จำเลย - นาย ชุมพล ตรังคานนท์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 386, ม. 826, ม. 827, ม. 1023, ม. 1167
- องค์คณะ
- ประสิทธิ์ แสนศิริ
ยงยุทธ ธารีสาร
ไพศาล รางชางกูร
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา