ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่ง
ฎีกาที่ 4991/2533
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การที่ศาลแพ่งมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ก่อนล้มละลายย่อมทำให้จำเลยที่ 2 กลับมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตนรวมทั้งสามารถต่อสู้คดีได้เอง โจทก์ฟ้องคดีภายหลังศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้จึงมีอำนาจฟ้อง แม้ต่อมาเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 2 เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 25 เมื่อไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอเข้าว่าคดีหรือมีคำขอให้จำหน่ายคดี ศาลย่อมมีอำนาจให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ต่อไป เมื่อจำเลยที่ 2 ตกเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยที่ 2 ย่อมขาดจากตำแหน่งกรรมการของจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1154 จำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจจัดการทรัพย์สินของจำเลยที่ 1ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนอีกต่อไป เมื่ออำนาจจัดการทรัพย์สินจำเลยที่ 1 ของจำเลยที่ 2 หมดไปแล้ว จึงมิอาจเปลี่ยนมือไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ในฐานะกรรมการของจำเลยที่ 1ว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ต่อจากบุคคลอื่นที่ทิ้งงานไปโดยโจทก์หาวัสดุก่อสร้างและจ้างแรงงานเองจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าจ้างงวดที่โจทก์ทำงานเสร็จแล้ว โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระค่าจ้าง 170,000 บาท จำเลยทั้งสองเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ หลังจากผู้รับจ้างทิ้งงาน จำเลยทั้งสองเข้าดำเนินการก่อสร้างเองจนแล้วเสร็จโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องเคลือบคลุมและขาดอายุความศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้เงิน 170,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีการะหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ศาลฎีกาได้มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นไต่สวนว่าศาลแพ่งได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 2เด็ดขาด และมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายแล้วหรือไม่ ตั้งแต่เมื่อใด ศาลชั้นต้นได้ทำการไต่สวนแล้ว ข้อเท็จจริงได้ความว่าเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2524 ศาลแพ่งได้มีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ประกาศลงวันที่ 24 มกราคม 2526 ว่าศาลแพ่งได้มีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ก่อนล้มละลายของจำเลยที่ 2 ครั้นวันที่ 7 พฤษภาคม 2527ศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 2 เป็นบุคคลล้มละลายศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า เนื่องจากศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์จำเลยที่ 2 เด็ดขาดและมีคำพิพากษาให้ล้มละลายโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 และการดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาไม่ชอบ เพราะโจทก์ชอบที่จะไปขอรับชำระหนี้จากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นั้น เห็นว่า การที่ศาลแพ่งมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ก่อนล้มละลายย่อมทำให้จำเลยที่ 2 กลับมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตน รวมทั้งสามารถต่อสู้คดีได้เอง โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2527 ภายหลังศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 แม้ต่อมาเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 2 เป็นบุคคลล้มละลายแล้วเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 25เมื่อไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอเข้าว่าคดีหรือมีคำขอให้จำหน่ายคดี ศาลย่อมมีอำนาจให้ดำเนินกระบวนพิจารณาสำหรับจำเลยที่ 2ต่อไป ฎีกาจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า แม้จำเลยที่ 1 จะไม่ได้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย แต่เมื่อจำเลยที่ 2 ตกเป็นบุคคลล้มละลายแล้วอำนาจจัดการทรัพย์สินเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 จึงเปลี่ยนมือไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ การดำเนินกระบวนพิจาณาในคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ต่อมาย่อมไม่ชอบนั้น ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่ได้ว่ากล่าวมาในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาก็รับวินิจฉัยให้ เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 2 ตกเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยที่ 2 ย่อมขาดจากตำแหน่งกรรมการของจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1154 จำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจจัดการทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนอีกต่อไป เมื่ออำนาจจัดการทรัพย์สินจำเลยที่ 1 ของจำเลยที่ 2 หมดไปแล้ว จึงมิอาจเปลี่ยนมือไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย สม ชัย เสียงไพรพันธ์
จำเลย - บริษัท ขอนแก่น แมชชินเนอรี่ จำกัด กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1154
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 25 - องค์คณะ
- เธียร ยูงทอง
สวิน อักขรายุธ
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา