ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 อาญา
ฎีกาที่ 5008/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ส.เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดส.ยานยนต์ฯ จำเลยเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของห้างฯผู้เสียหายไปแล้วไม่ได้ส่งเงินค่างวดและได้นำรถจักรยานยนต์ไปขายให้บุคคลอื่น ส.จึงมาร้อยทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลยข้อหายักยอก ข้อความในคำร้องทุกข์ไม่ได้ระบุว่า ส.เกี่ยวข้องกับห้างฯ ผู้เสียหายอย่างไรและไม่ได้ระบุว่า ส.ได้ร้องทุกข์ในนามของห้างฯ ผู้เสียหายทั้งไม่ปรากฎรอยตราของผู้เสียหายในช่องผู้ร้องทุกข์แต่อย่างใด จึงไม่อาจแปลเจตนาได้ว่า ส.ร้องทุกข์ในนามของผู้เสียหาย แม้ตามข้อเท็จจริง ส.จะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้เสียหายก็ไม่อาจแปลเจตนาว่ากระทำแทนผู้เสียหายในกรณีเช่นนี้ได้ เมื่อห้างฯ ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่แท้จริงไม่ได้ร้องทุกข์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเบียดบังเอารถจักรยานยนต์คันที่เช่าซื้อไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้จำเลยคืนรถจักรยานยนต์หรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 2 ปี การนำสืบยอมรับข้อเท็จจริงของจำเลยเป็น ประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้จำเลยคืนรถจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อหรือใช้ราคา 35,000 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายสมชายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2535 เวลากลางวันขณะที่นายสมชายอยู่ที่ร้านได้มีจำเลยมาติดต่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไปหลังจากจำเลยรับรถจักรยานยนต์ไปแล้วไม่ได้ส่งเงินค่างวดและทราบว่าเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2535 จำเลยได้นำรถจักรยานยนต์ไปขายให้บุคคลอื่น ทำให้นายสมชายได้รับความเสียหาย จึงมาร้องทุกข์มอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป และตอนท้ายก็ลงชื่อนายสมชาย และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า จากข้อความดังกล่าวไม่ได้ระบุว่านายสมชายเกี่ยวข้องกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ยานยนต์บุรีรัมย์ผู้เสียหายอย่างไร รถจักรยานยนต์ที่จำเลยเช่าซื้อไปนั้นเป็นของผู้ใดก็ไม่บันทึกไว้ นอกจากนี้ก็ไม่มีข้อความใดระบุไว้ว่านายสมชายได้ร้องทุกข์ในนามของผู้เสียหาย ทั้งไม่ปรากฎรอยตราของผู้เสียหายในช่องผู้ร้องทุกข์แต่อย่างใด จึงไม่อาจแปลเจตนาได้ว่านายสมชายร้องทุกข์ในนามของผู้เสียหาย แม้ตามข้อเท็จจริงนายสมชายยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้เสียหายก็ไม่อาจแปลเจตนาว่าได้กระทำการแทนผู้เสียหายในกรณีเช่นนี้ได้ เมื่อนายสมชายร้องทุกข์ในนามตนเองส่วนผู้เสียหายยังไม่ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยโดยชอบโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด บุรีรัมย์
จำเลย - นาง จรินทร์ เสือ นาง รอง - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 352
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 2 (4), ม. 2 (7), ม. 123, ม. 124 - องค์คณะ
- นิวัตน์ แก้วเกิดเคน
เสมอ อินทรศักดิ์
ดุสิต เพชรปลูก
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา