ฎีกา ปี พ.ศ. 2542

ฎีกาที่ 5011/2542

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

พระราชบัญญัติป่าไม้ฯ มาตรา 58 ประกอบมาตรา 73 ทวิ และกฎกระทรวงฉบับที่ 27(พ.ศ. 2530) ข้อ 5 วรรคหนึ่ง และข้อกำหนดฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2526)ข้อ 5 ประกอบกันความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในข้อกำหนดที่ไม่จัดทำบัญชีรับและจำหน่ายไม้แปรรูป บัญชีรับและจำหน่ายสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามให้ถูกต้องตามความเป็นจริงอันเป็นความผิดตามมาตรา 58 ประกอบด้วยมาตรา 73 ทวิ นั้น เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษสำหรับผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้หรือผู้รับอนุญาตให้ค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามดังจะเห็นได้จากข้อกำหนดฉบับที่ 18(พ.ศ. 2532) ข้อ 8 และข้อ 11 จำเลยเป็นเพียงตัวแทนดูแลกิจการโรงงานแปรรูปไม้ที่เกิดขึ้นของผู้รับอนุญาต จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้หรือผู้รับอนุญาตให้ค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามแม้จำเลยเป็นตัวแทนของผู้รับอนุญาตแต่หนังสือตั้งตัวแทนก็มิได้ระบุให้จำเลยมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีตามที่กล่าวมาข้างต้นอันเป็นหน้าที่ของผู้รับอนุญาตแต่อย่างใด จำเลยไม่จัดทำบัญชีดังกล่าวจึงไม่มีความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในข้อกำหนดอันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ฯ มาตรา 58 ประกอบมาตรา 73 ทวิ

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 7, 48, 51, 53 ตรี, 58, 72 ทวิ, 73, 73 ทวิ, 74, 74 จัตวา, 75ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ริบไม้ของกลาง และจ่ายสินบนนำจับตามกฎหมายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง, 58 (ที่ถูกมาตรา 58 วรรคหนึ่ง), 73 วรรคหนึ่ง วรรคสอง, 73 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แต่ความผิดฐานร่วมกันมีไม้สักแปรรูปและไม้ประดู่แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานร่วมกันมีไม้สักแปรรูปซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 ปี ฐานร่วมกันฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อกำหนดที่รัฐมนตรีกำหนดให้ปฏิบัติเพิ่มเติม จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 3 ปี 6 เดือนริบไม้สักแปรรูปของกลางปริมาตร 7.29 ลูกบาศก์เมตร และไม้ประดู่แปรรูปของกลางปริมาตร 0.21 ลูกบาศก์เมตร คืนไม้สักแปรรูปและไม้ประดู่แปรรูปของกลางส่วนที่เหลือแก่เจ้าของ ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 58, 73 ทวิ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีคงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในข้อกำหนดอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 58, 73 ทวิ หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาสรุปใจความสำคัญได้ว่าแม้จำเลยมิใช่ผู้รับอนุญาต แต่จำเลยเป็นตัวแทนดูแลกิจการโรงงานแปรรูปไม้ที่เกิดเหตุ จำเลยก็มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีรับและจำหน่ายไม้แปรรูป บัญชีรับและจำหน่ายสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามให้ถูกต้องตามความเป็นจริงตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2519) ข้อกำหนดฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2532) กฎกระทรวงฉบับที่ 27 (พ.ศ. 2530) และข้อกำหนดฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2526) แทนผู้รับอนุญาต เมื่อจำเลยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและในข้อกำหนดดังกล่าว จำเลยย่อมมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 58, 73 ทวิ นั้น เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวตามพระราชบัญญัติป่าไม พ.ศ. 2484 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การขออนุญาตและการอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และในกรณีเฉพาะเรื่อง ถ้ารัฐมนตรีเห็นสมควร จะกำหนดให้ผู้รับอนุญาตปฏิบัติเพิ่มเติมประการใดอีกก็ได้" และมาตรา 73 ทวิ บัญญัติว่า "ฯลฯ ผู้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตหรือข้อกำหนดให้ปฏิบัติเพิ่มเติมตามมาตรา 58 ต้องระวางโทษ ฯลฯ" กฎกระทรวง ฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2519)ข้อ 7 ระบุว่า "ผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้ ฯลฯ ต้องทำบัญชีไม้แปรรูปแสดงการได้มาและการจำหน่ายไม้ไปตามแบบที่อธิบดีกรมป่าไม้กำหนด และผู้รับอนุญาตต้องลงรายการให้ครบถ้วนตามความเป็นจริงอยู่เสมอ" ข้อกำหนดฉบับที่ 18(พ.ศ. 2532) ข้อ 8 ระบุว่า "ผู้รับอนุญาตต้องจัดทำบัญชีไม้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงให้ถูกต้องตามความเป็นจริงของแต่ละวัน หากฝ่าฝืนหรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง ให้สั่งพักใช้ใบอนุญาต" และข้อ 11 ระบุว่า "ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดข้อ... ข้อ 8 ไม่ว่าผู้รับอนุญาตจะอยู่ในโรงงานหรือไม่ก็ตามผู้รับอนุญาตจะอ้างว่าเป็นการกระทำของคนงานหรือบุคคลอื่นไม่ได้ และไม่เป็นเหตุบรรเทาความผิดแต่อย่างใด"กฎกระทรวงฉบับที่ 27 (พ.ศ. 2530) ข้อ 5 วรรคหนึ่ง ระบุว่า "ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำบัญชีรับและจำหน่าย ซึ่งสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามที่ได้นำเข้าและจำหน่ายออก ตามแบบที่อธิบดีกรมป่าไม้กำหนด" และข้อกำหนดฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2526) ข้อ 5 ระบุว่า "ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำบัญชีรับและจำหน่ายสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามให้ถูกต้องตามความเป็นจริงของแต่ละวัน ฯลฯ" เมื่อพิจารณาบทบัญญัติ มาตรา 58 ประกอบด้วยมาตรา 73 ทวิ และกฎกระทรวงตลอดจนข้อกำหนดดังกล่าวประกอบกันแล้วเป็นที่เห็นได้ว่า ความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในข้อกำหนดที่ไม่จัดทำบัญชีรับและจำหน่ายไม้แปรรูป บัญชีรับและจำหน่ายสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามให้ถูกต้องตามความจริงอันเป็นความผิดตามมาตรา 58 ประกอบด้วยมาตรา 73 ทวิ นั้น เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษสำหรับผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้หรือผู้รับใบอนุญาตให้ค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม ดังจะเห็นได้จากข้อกำหนดฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2532)ข้อ 8 ที่ระบุว่า "ผู้รับอนุญาตต้องจัดทำบัญชีไม้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงให้ถูกต้องตามความเป็นจริงของแต่ละวัน หากฝ่าฝืนหรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง ให้สั่งพักใช้ใบอนุญาตและข้อ 11 ที่ระบุว่า "ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดข้อ ข้อ 8ไม่ว่าผู้รับอนุญาตจะอยู่ในโรงงานหรือไม่ก็ตาม ผู้รับอนุญาตจะอ้างว่าเป็นการกระทำของคนงานหรือบุคคลอื่นไม่ได้ และไม่เป็นเหตุบรรเทาความผิดแต่อย่างใด" ดังกล่าวข้างต้นด้วยเหตุผลดังกล่าวเมื่อคดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยเป็นเพียงตัวแทนดูแลกิจการโรงงานแปรรูปไม้ที่เกิดขึ้นของนายณรงค์ผู้รับอนุญาตจึงไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้หรือผู้รับใบอนุญาตให้ค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามประการหนึ่งกับเมื่อนายณรงค์ผู้รับอนุญาตซึ่งเป็นตัวการได้มอบอำนาจให้จำเลยตัวแทนมีอำนาจเฉพาะสั่งให้คนงานหรือผู้รับจ้างหยุดทำการแปรรูปไม้ หยุดขนหรือเคลื่อนย้ายไม้เมื่อได้รับคำสั่งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ อำนวยความสะดวกตอบข้อซักถาม และรับทราบคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำการตรวจสอบกิจการที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ลงนามในหนังสือกำกับไม้แปรรูปและลงนามในคำขอใบเบิกทางเพื่อขอนำไม้เคลื่อนที่และลงนามในหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์และลงนามในคำขอประทับรอยตราประจำต่อหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์ ติดต่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้กับโรงงานแปรรูปไม้ ตามที่ระบุไว้ในหนังสือตั้งตัวแทนเอกสารหมาย จ.6 เท่านั้น อันมีลักษณะเป็นกรณีที่จำเลยตัวแทนได้รับมอบอำนาจแต่เฉพาะการอีกประการหนึ่ง ดังนี้ จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีรับและจำหน่ายไม้แปรรูปบัญชีรับและจำหน่ายสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงหรือในข้อกำหนด แม้จำเลยไม่ได้จัดทำบัญชีดังกล่าวจำเลยก็ไม่มีความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในข้อกำหนดอันเป็นความผิดตามมาตรา 58 ประกอบด้วยมาตรา 73 ทวิ ตามที่โจทก์ฟ้องและฎีกา ส่วนที่โจทก์อ้างในฎีกาว่า ในการตั้งโรงงานแปรรูปไม้ตามสภาพและความเป็นจริงแล้วผู้รับอนุญาตอาจขอตั้งโรงงานแปรรูปไม้หลาย ๆ โรงและแต่ละโรงอยู่ต่างสถานที่กัน กฎหมายจึงเปิดโอกาสให้ผู้รับอนุญาตตั้งตัวแทนได้ตามข้อกำหนดฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2532) ข้อ 14 เพื่อให้ตัวแทนดำเนินการต่าง ๆ แทนผู้รับอนุญาตคดีนี้เมื่อจำเลยเป็นตัวแทนของผู้รับอนุญาตตามหนังสือตั้งตัวแทน จำเลยจึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายแทนผู้รับอนุญาตที่ต้องจัดทำบัญชีดังกล่าวด้วยนั้น เห็นว่าตามข้อกำหนดฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2532) ข้อ 14 ที่โจทก์อ้างมีข้อความในวรรคหนึ่ง ระบุว่า" ผู้รับอนุญาตต้องอยู่ดูแลกิจการแปรรูปไม้ด้วยตนเอง หากไม่อาจอยู่ดูแลกิจการด้วยตนเองได้ ต้องจัดให้มีตัวแทนเป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบที่อธิบดีกรมป่าไม้กำหนดเพื่ออำนวยความสะดวกและตอบคำถามแก่พนักงานเจ้าหน้าที่" และวรรคสามระบุว่า" หากฝ่าฝืนให้สั่งพักใช้ใบอนุญาต" ซึ่งตามข้อกำหนดดังกล่าวก็มีความหมายเพียงว่าในกรณีที่ผู้รับอนุญาตไม่อาจอยู่ดูแลกิจการแปรรูปไม้ด้วยตนเองได้ ต้องจัดให้มีตัวแทนเพื่ออำนวยความสะดวกและตอบคำถามแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หากผู้รับอนุญาตฝ่าฝืนไม่จัดให้มีตัวแทนเพื่อการดังกล่าวไว้ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้รับอนุญาตได้เท่านั้น โดยเฉพาะคดีนี้แม้จำเลยเป็นตัวแทนของผู้รับอนุญาตตามหนังสือตั้งตัวแทนเอกสารหมาย จ.6 แต่ตามหนังสือตั้งตัวแทนดังกล่าวก็มิได้ระบุให้จำเลยมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีตามที่กล่าวมาข้างต้นอันเป็นหน้าที่ของผู้รับอนุญาตแต่อย่างใดที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในข้อกำหนดอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 58 ประกอบด้วยมาตรา 73 ทวิ และพิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานดังกล่าวนี้มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง
จำเลย - นายประเสริฐ เชื้อแก้ว
กฎหมายที่อ้าง
พระราชบัญญัติป่าไม้ — ม. 58, ม. 73 ทวิ
องค์คณะ
จำรูญ แสนภักดี
ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์
เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา