ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 แพ่งและอาญา
ฎีกาที่ 5011/2542
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในข้อกำหนดที่ไม่จัดทำบัญชีรับและจำหน่ายไม้แปรรูป บัญชีรับและจำหน่ายสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามให้ถูกต้องตามความจริงอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 58 ประกอบด้วยมาตรา 73 ทวิ เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษสำหรับผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้หรือผู้รับใบอนุญาตให้ค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม จำเลยเป็นเพียงตัวแทนดูแลกิจการโรงงานแปรรูปไม้ที่เกิดขึ้นของผู้รับอนุญาต จำเลยจึงไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้หรือผู้รับใบอนุญาตให้ค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใด บรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามประการหนึ่ง กับเมื่อผู้รับอนุญาตซึ่งเป็นตัวการได้มอบอำนาจให้จำเลยตัวแทนมีอำนาจเฉพาะสั่งให้คนงานหรือผู้รับจ้างหยุดทำการแปรรูปไม้หยุดขนหรือเคลื่อนย้ายไม้เมื่อได้รับคำสั่งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ อำนวยความสะดวก ตอบข้อซักถาม และรับทราบคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำการตรวจสอบกิจการที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ ลงนามในหนังสือกำกับไม้แปรรูปและลงนามในคำขอใบเบิกทางเพื่อขอนำไม้เคลื่อนที่ และลงนามในหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์และลงนามในคำขอประทับรอยตราประจำต่อหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์ติดต่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้กับโรงงานแปรรูปไม้ ตามที่ระบุไว้ในหนังสือตั้งตัวแทนเท่านั้น อันมีลักษณะเป็นกรณีที่จำเลยตัวแทนได้รับมอบอำนาจแต่เฉพาะการ จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีรับและจำหน่ายไม้แปรรูป บัญชีรับและจำหน่ายสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใด บรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงหรือในข้อกำหนดดังนี้ แม้จำเลยไม่ได้จัดทำบัญชีดังกล่าว จำเลยก็ไม่มีความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในข้อกำหนดอันเป็นความผิดตามมาตรา 58ประกอบด้วยมาตรา 73 ทวิ และตามข้อกำหนดฉบับที่ 18(พ.ศ.2532) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ว่าด้วยการควบคุมการแปรรูปไม้ ข้อ 14 ระบุว่า ผู้รับอนุญาตต้องอยู่ดูแลกิจการแปรรูปไม้ด้วยตนเอง หากไม่อาจอยู่ดูแลกิจการด้วยตนเองได้ต้องจัดให้มีตัวแทนเป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบที่อธิบดีกรมป่าไม้กำหนด เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบคำถามแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ และวรรคสามระบุว่า หากฝ่าฝืนให้สั่งพักใช้ใบอนุญาต ตามข้อกำหนดดังกล่าวมีความหมายเพียงว่า ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตไม่อาจอยู่ดูแลกิจการแปรรูปไม้ด้วยตนเองได้ ต้องจัดให้มีตัวแทนเพื่ออำนวยความสะดวกและตอบคำถามแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หากผู้รับอนุญาตฝ่าฝืนไม่จัดให้มีตัวแทนเพื่อการดังกล่าวไว้ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้รับอนุญาตได้เท่านั้น
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนดูแลกิจการโรงงานแปรรูปไม้จากนายณรงค์ ไชยแก้วเมร์ ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรเพื่อประดิษฐกรรมทำเครื่องเรือน เครื่องใช้ในบ้านเรือน บานประตูหน้าต่างและได้รับใบอนุญาตให้ค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม ณ โรงงานเลขที่ 101/4 หมู่ที่ 3 ตำบลหลวงใต้ อำเภองาว จังหวัดลำปาง จำเลยกับนายณรงค์ซึ่งหลบหนีได้ร่วมกันกระทำผิดต่อกฎหมายกรรมต่างกันกล่าวคือ ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2533 ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2534 ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันตลอดมา จำเลยกับนายณรงค์ร่วมกันมีไม้ประดู่แปรรูป จำนวน331 แผ่น ปริมาตร 3.64 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินกว่า 0.20 ลูกบาศก์เมตร และไม้สักแปรรูปจำนวน 6,774 แผ่น ปริมาตร 40.32 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก.ไว้ในครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ โดยจำเลยกับนายณรงค์ไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย จำเลยกับนายณรงค์ร่วมกันมีไม้ประดู่แปรรูปและไม้สักแปรรูปตามจำนวนและปริมาตรดังกล่าว ซึ่งเป็นไม้ที่ยังมิได้ชำระค่าภาคหลวง และไม่มีหนังสือกำกับไม้แปรรูปหรือใบเบิกทางของพนักงานเจ้าหน้าที่กำกับเป็นหลักฐาน ไว้ในครอบครองในโรงงานแปรรูปไม้ที่ได้รับอนุญาตดังกล่าวข้างต้น อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จำเลยกับนายณรงค์ร่วมกันรับไม้ประดู่แปรรูปและไม้สักแปรรูปตามจำนวนและปริมาตรดังกล่าวไว้ในโรงงานแปรรูปไม้ดังกล่าวข้างต้นโดยไม่ได้จัดทำบัญชีไม้แปรรูปและลงรายการแสดงการได้มาและการจำหน่ายไม้ไปให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริงของแต่ละวัน อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และจำเลยกับนายณรงค์ร่วมกันรับและจำหน่ายบานประตูและหน้าต่าง อันเป็นสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ที่ทำด้วยไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ณ โรงงานแปรรูปไม้ดังกล่าวข้างต้นโดยไม่ได้จัดทำบัญชีรับและจำหน่ายสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดที่ทำด้วยไม้หวงห้ามให้ถูกต้องตามความเป็นจริงของแต่ละวัน อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย มีผู้ประสงค์สินบนนำจับนำเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมยึดไม้ประดู่แปรรูปและไม้สักแปรรูปตามจำนวนและปริมาตรดังกล่าวข้างต้นเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7, 48, 51, 53 ตรี, 58, 72 ทวิ, 73, 73 ทวิ, 74, 74 จัตวา, 75 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ริบไม้ของกลาง และจ่ายสินบนนำจับตามกฎหมายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 48 วรรคหนึ่ง, มาตรา 58 วรรคหนึ่ง, 73 วรรคหนึ่ง วรรคสอง, 73 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แต่ความผิดฐานร่วมกันมีไม้สักแปรรูปและไม้ประดู่แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษฐานร่วมกันมีไม้สักแปรรูปซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 3 ปี ฐานร่วมกันฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อกำหนดที่รัฐมนตรีกำหนดให้ปฏิบัติเพิ่มเติม จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 3 ปี 6 เดือน ริบไม้สักแปรรูปของกลางปริมาตร 7.29 ลูกบาศก์เมตร และไม้ประดู่แปรรูปของกลางปริมาตร 0.21 ลูกบาศก์เมตรคืนไม้สักแปรรูปและไม้ประดู่แปรรูปของกลางส่วนที่เหลือแก่เจ้าของ ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 58, 73 ทวิ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองโดยคู่ความมิได้ฎีกาคัดค้านว่า โรงงานแปรรูปไม้ที่เกิดเหตุเป็นของนายณรงค์ ไชยแก้วเมรุ์ซึ่งได้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรเพื่อประดิษฐกรรม และได้รับใบอนุญาตให้ค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม และนายณรงค์ผู้รับอนุญาตได้แต่งตั้งให้จำเลยเป็นตัวแทนดูแลกิจการโรงงานแปรรูปไม้ที่เกิดเหตุ ตามหนังสือตั้งตัวแทนเอกสารหมาย จ.6 ตามวันเวลาเกิดเหตุที่โจทก์ฟ้องจำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันมีไม้สักแปรรูปของกลางปริมาตร 7.29 ลูกบาศก์เมตร และไม้ประดู่แปรรูปของกลางปริมาตร 0.21 ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตในโรงงานแปรรูปไม้ที่เกิดเหตุ คดีคงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในข้อกำหนด อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 58, 73 ทวิ หรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า แม้จำเลยมิใช่ผู้รับอนุญาต แต่จำเลยเป็นตัวแทนดูแลกิจการโรงงานแปรรูปไม้ที่เกิดเหตุ จำเลยก็มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีและจำหน่ายไม้แปรรูป บัญชีรับและจำหน่ายสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามให้ถูกต้องตามความเป็นจริงตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2519) ข้อกำหนด ฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2532) กฎกระทรวงฉบับที่ 27 (พ.ศ. 2530) และข้อกำหนดฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2526) แทนผู้รับอนุญาต เมื่อจำเลยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและในข้อกำหนดดังกล่าว จำเลยย่อมมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 58, 73 ทวิ นั้น เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า"การขออนุญาตและการอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงและในกรณีเฉพาะเรื่อง ถ้ารัฐมนตรีเห็นสมควร จะกำหนดให้ผู้รับอนุญาตปฏิบัติเพิ่มเติมประการใดอีกก็ได้" และมาตรา 73 ทวิ บัญญัติว่า"ฯลฯ ผู้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตหรือข้อกำหนดให้ปฏิบัติเพิ่มเติมตามมาตรา 58 ต้องระวางโทษ ฯลฯ"กฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2519) ข้อ 7 ระบุว่า "ผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้ ฯลฯต้องทำบัญชีไม้แปรรูปแสดงการได้มาและการจำหน่ายไม้ไปตามแบบที่อธิบดีกรมป่าไม้กำหนด... และผู้รับอนุญาตต้องลงรายการให้ครบถ้วนตามความเป็นจริงอยู่เสมอ"ข้อกำหนดฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2532) ข้อ 8 ระบุว่า "ผู้รับอนุญาตต้องจัดทำบัญชีไม้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงให้ถูกต้องตามความเป็นจริงของแต่ละวัน หากฝ่าฝืนหรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง ให้สั่งพักใช้ใบอนุญาต" และ ข้อ 11 ระบุว่า "ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ข้อ... ข้อ 8... ไม่ว่าผู้รับอนุญาตจะอยู่ในโรงงานหรือไม่ก็ตาม ผู้รับอนุญาตจะอ้างว่าเป็นการกระทำของคนงานหรือบุคคลอื่นไม่ได้ และไม่เป็นเหตุบรรเทาความผิดแต่อย่างใด" กฎกระทรวงฉบับที่ 27 (พ.ศ. 2530) ข้อ 5 วรรคหนึ่ง ระบุว่า "ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำบัญชีรับและจำหน่าย... ซึ่งสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามที่ได้นำเข้าและจำหน่ายออก... ตามแบบที่อธิบดีกรมป่าไม้กำหนด" และข้อกำหนดฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2526) ข้อ 5 ระบุว่า "ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำบัญชีรับและจำหน่ายสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามให้ถูกต้องตามความเป็นจริงของแต่ละวัน ฯลฯ" เมื่อพิจารณาบทบัญญัติมาตรา 58 ประกอบด้วยมาตรา 73 ทวิ และกฎกระทรวง ตลอดจนข้อกำหนดดังกล่าวประกอบกันแล้ว เป็นที่เห็นได้ว่า ความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในข้อกำหนดที่ไม่จัดทำบัญชีรับและจำหน่ายไม้แปรรูป บัญชีรับและจำหน่ายสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามให้ถูกต้องตามความจริงอันเป็นความผิดตามมาตรา 58 ประกอบด้วยมาตรา 73 ทวิ นั้น เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษสำหรับผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้หรือผู้รับใบอนุญาตให้ค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้า ซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม ดังจะเห็นได้จากข้อกำหนดฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2532) ข้อ 8 ที่ระบุว่า "ผู้รับอนุญาตต้องจัดทำบัญชีไม้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงให้ถูกต้องตามความเป็นจริงของแต่ละวันหากฝ่าฝืนหรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง ให้สั่งพักใช้ใบอนุญาต และข้อ 11 ที่ระบุว่า "ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ข้อ... ข้อ 8... ไม่ว่าผู้รับอนุญาตจะอยู่ในโรงงานหรือไม่ก็ตาม ผู้รับอนุญาตจะอ้างว่าเป็นการกระทำของคนงานหรือบุคคลอื่นไม่ได้ และไม่เป็นเหตุบรรเทาความผิดแต่อย่างใด" ดังกล่าวข้างต้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวเมื่อคดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยเป็นเพียงตัวแทนดูแลกิจการโรงงานแปรรูปไม้ที่เกิดขึ้นของนายณรงค์ผู้รับอนุญาต จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้หรือผู้รับใบอนุญาตให้ค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามประการหนึ่ง กับเมื่อนายณรงค์ผู้รับอนุญาตซึ่งเป็นตัวการได้มอบอำนาจให้จำเลยตัวแทนมีอำนาจเฉพาะสั่งให้คนงานหรือผู้รับจ้างหยุดทำการแปรรูปไม้ หยุดขนหรือเคลื่อนย้ายไม้เมื่อได้รับคำสั่งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ อำนวยความสะดวกตอบข้อซักถาม และรับทราบคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำการตรวจสอบกิจการที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ลงนามในหนังสือกำกับไม้แปรรูปและลงนามในคำขอใบเบิกทางเพื่อขอนำไม้เคลื่อนที่และลงนามในหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์และลงนามในคำขอประทับรอยตราประจำต่อหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์ติดต่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้กับโรงงานแปรรูปไม้ ตามที่ระบุไว้ในหนังสือตั้งตัวแทนเอกสารหมาย จ.6 เท่านั้น อันมีลักษณะเป็นกรณีที่จำเลยตัวแทนได้รับมอบอำนาจแต่เฉพาะการอีกประการหนึ่ง ดังนี้ จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีรับและจำหน่ายไม้แปรรูปบัญชีรับและจำหน่ายสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงหรือในข้อกำหนดแม้จำเลยไม่ได้จัดทำบัญชีดังกล่าว จำเลยก็ไม่มีความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในข้อกำหนดอันเป็นความผิดตามมาตรา 58 ประกอบด้วยมาตรา 73 ทวิ ตามที่โจทก์ฟ้องและฎีกาส่วนที่โจทก์อ้างในฎีกาว่า ในการตั้งโรงงานแปรรูปไม้ตามสภาพและความเป็นจริงแล้วผู้รับอนุญาตอาจขอตั้งโรงงานแปรรูปไม้หลาย ๆ โรงและแต่ละโรงอยู่ต่างสถานที่กัน กฎหมายจึงเปิดโอกาสให้ผู้รับอนุญาตตั้งตัวแทนได้ตามข้อกำหนดฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2532) ข้อ 14 เพื่อให้ตัวแทนดำเนินการต่าง ๆ แทนผู้รับอนุญาต คดีนี้เมื่อจำเลยเป็นตัวแทนของผู้รับอนุญาตตามหนังสือตั้งตัวแทนจำเลยจึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายแทนผู้รับอนุญาตที่ต้องจัดทำบัญชีดังกล่าวด้วยนั้น เห็นว่า ตามข้อกำหนดฉบับที่ 18(พ.ศ. 2532) ข้อ 14 ที่โจทก์อ้าง มีข้อความในวรรคหนึ่งระบุว่า "ผู้รับอนุญาตต้องอยู่ดูแลกิจการแปรรูปไม้ด้วยตนเอง หากไม่อาจอยู่ดูแลกิจการด้วยตนเองได้ ต้องจัดให้มีตัวแทนเป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบที่อธิบดีกรมป่าไม้กำหนดเพื่ออำนวยความสะดวกและตอบคำถามแก่พนักงานเจ้าหน้าที่" และวรรคสามระบุว่า "หากฝ่าฝืนให้สั่งพักใช้ใบอนุญาต" ซึ่งตามข้อกำหนดดังกล่าวก็มีความหมายเพียงว่า ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตไม่อาจอยู่ดูแลกิจการแปรรูปไม้ด้วยตนเองได้ ต้องจัดให้มีตัวแทนเพื่ออำนวยความสะดวกและตอบคำถามแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หากผู้รับอนุญาตฝ่าฝืนไม่จัดให้มีตัวแทนเพื่อการดังกล่าวไว้ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้รับอนุญาตได้ เท่านั้น โดยเฉพาะคดีนี้แม้จำเลยเป็นตัวแทนของผู้รับอนุญาตตามหนังสือตั้งตัวแทน เอกสารหมาย จ.6 แต่ตามหนังสือตั้งตัวแทนดังกล่าวก็มิได้ระบุให้จำเลยมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีตามที่กล่าวมาข้างต้นอันเป็นหน้าที่ของผู้รับอนุญาตแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2วินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในข้อกำหนดอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 58ประกอบด้วยมาตรา 73 ทวิ และพิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานดังกล่าวนี้มานั้นชอบแล้วพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง
จำเลย - นาย ประเสริฐ เชื้อแก้ว - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 83
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 800
พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 — ม. 58 วรรคหนึ่ง, ม. 73 ทวิ - องค์คณะ
- จำรูญ แสนภักดี
ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์
เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา