ฎีกา ปี พ.ศ. 2540 อาญา
ฎีกาที่ 502/2540
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ผู้เสียหายมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับจำเลยและรู้จักกันก่อนเกิดเหตุประมาณ2ปีพฤติการณ์ที่ผู้เสียหายยินยอมตามจำเลยไปที่ห้องพักของจำเลยมีการพูดคุยกันในห้องสองต่อสองยินยอมให้จำเลยเล้าโลมกอดจูบและร่วมประเวณีถึง3ครั้งเชื่อว่าผู้เสียหายสมัครใจทุกครั้งแต่ผู้เสียหายเบิกความบ่ายเบี่ยงไปว่าเมื่อจำเลยกอดจูบและจับตัวผู้เสียหายนอนหงายกับพื้นแล้วนั่งคร่อมบริเวณลำตัวของผู้เสียหายจับตัวผู้เสียหายพลิกคว่ำและใช้ผ้าเช็ดหน้ามัดมือทั้งสองข้างไว้แล้วข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายนั้นสืบเนื่องมาจากความปรากฎแก่พี่สาวและพี่ชายผู้เสียหายเมื่อตกลงกันไม่ได้เรื่องจึงบานปลายกลายเป็นเรื่องร้องทุกข์ไปถึงสถานีตำรวจแม้จำเลยจะให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพแต่ก็เป็นเพียงพยานบอกเล่าไม่อาจนำมารับฟังประกอบเพื่อลงโทษได้เมื่อข้อเท็จจริงเป็นอันยุติว่าผู้เสียหายยินยอมให้จำเลยร่วมประเวณีโดยสมัครใจไม่ได้มีการข่มขืนขู่เข็ญหรือใช้กำลังประทุษร้ายการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา 276จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรคแรก วางโทษจำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนและนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 4 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้เสียหายมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับจำเลยและรู้จักกันประมาณ 2 ปี ก่อนเกิดเหตุโดยจำเลยเคยทำงานที่บ้านอาของผู้เสียหาย ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 18 นาฬิกา จำเลยชักชวนผู้เสียหายไปห้องพักของจำเลยที่เกิดเหตุผู้เสียหายก็ยินยอมและได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายว่าจำเลยกอดจูบและร่วมประเวณีกับผู้เสียหาย 3 ครั้ง นอกจากนี้จากการตรวจชันสูตรของแพทย์พบหลักฐานการร่วมประเวณีตามเอกสารหมาย จ.6 ที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่าไม่ได้ร่วมประเวณีกับผู้เสียหายเพียงแต่กอดจูบผู้เสียหายโดยขณะจำเลยจะร่วมเพศแต่ยังมิได้สอดใส่อวัยวะเพศของจำเลยเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย พี่สาวและพี่ชายผู้เสียหายมาพบเห็นเสียก่อนและไม่สามารถตกลงกันได้ไม่น่าเชื่อถือเพราะไม่มีเหตุผลใดที่ผู้เสียหายจะแกล้งกล่าวหาจำเลยด้วยเรื่องที่น่าอับอายและไม่เป็นความจริงรูปคดีฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยร่วมประเวณีกับผู้เสียหายดังที่ผู้เสียหายเบิกความมีปัญหาต่อไปว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายหรือไม่เห็นว่าพฤติการณ์ที่ผู้เสียหายยินยอมตามจำเลยไปที่ห้องพักของจำเลย มีการพูดคุยกันในห้องสองต่อสองยินยอมให้จำเลยเล้าโลม กอดจูบและร่วมประเวณีถึง 3 ครั้ง น่าเชื่อว่าผู้เสียหายสมัครใจทุกครั้ง แต่ที่ผู้เสียหายเบิกความบ่ายเบี่ยงไปว่า เมื่อจำเลยกอดจูบและจับตัวผู้เสียหายนอนหงายกับพื้นแล้วนั่งคร่อมบริเวณลำตัวของผู้เสียหายจับตัวผู้เสียหายพลิกคว่ำและใช้ผ้าเช็ดหน้ามัดมือทั้งสองข้างไว้แล้วข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายนั้น สืบเนื่องมาจากความปรากฎแก่พี่สาวและพี่ชายผู้เสียหาย เมื่อตกลงกันไม่ได้เรื่องจึงต้องบานปลายกลายเป็นเรื่องร้องทุกข์ไปถึงสถานีตำรวจ แม้จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุพบผ้าเช็ดหน้าของกลางในที่เกิดเหตุ แต่ก็เป็นเวลาหลายวันภายหลังเกิดเหตุจึงเป็นพิรุธและอาจเสริมแต่งขึ้นได้ และแม้จำเลยจะให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ แต่คำรับของจำเลยดังกล่าวเป็นเพียงพยานบอกเล่าไม่อาจนำมารับฟังประกอบเพื่อลงโทษจำเลยในคดีนี้ได้ เมื่อข้อเท็จจริงเป็นอันยุติแล้วว่าผู้เสียหายยินยอมให้จำเลยร่วมประเวณีโดยสมัครใจไม่ได้มีการข่มขืน ขู่เข็ญ หรือใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย ทำให้การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด
จำเลย - นาย สายันต์ โนนแดง - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 227
- องค์คณะ
- จรัญ หัตถกรรม
สมปอง เสนเนียม
ผล อนุวัตรนิติการ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา