ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง
ฎีกาที่ 5075/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การขยายระยะเวลาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 26คู่ความต้องยื่นคำขอก่อนสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายบัญญัติ ถ้าหากยื่นคำขอเมื่อพ้นหรือสิ้นระยะเวลากรณีต้องมีเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2537 ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างใช้ค่าปรับ 800 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับจากวันฟ้อง(วันที่ 31 มีนาคม 2537) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 21 มิถุนายน 2537 ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก 20 วัน นับจากวันที่ 13 มิถุนายน 2537 อ้างว่าโจทก์ยื่นคำขอคัดสำเนาคำพิพากษาและขอให้เจ้าหน้าที่รับรองแต่โจทก์ยังไม่ได้รับมา เจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีคำพิพากษาเป็นจำนวนมากที่จะต้องพิมพ์ตามลำดับศาลแรงงานมีคำสั่งว่า โจทก์มิได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์มาภายในกำหนดระยะเวลา จึงไม่อาจอนุญาตให้โจทก์ได้ยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 26 บัญญัติว่าระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่ศาลแรงงานได้กำหนด ศาลแรงงานมีอำนาจย่นหรือขยายได้ตามความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เห็นว่า การขยายระยะเวลาตามบทบัญญัติดังกล่าว คู่ความต้องยื่นคำขอก่อนสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายบัญญัติ ถ้าหากยื่นคำขอเมื่อพ้นหรือสิ้นระยะเวลากรณีต้องมีเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 โจทก์ย่อมยื่นอุทธรณ์ได้เฉพาะในข้อกฎหมายไปยังศาลฎีกาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษานั้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2537 ซึ่งพ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้โดยอ้างเหตุว่าโจทก์ยื่นคำขอคัดสำเนาคำพิพากษาและขอให้เจ้าหน้าที่รับรองแต่ยังไม่ได้รับ เจ้าหน้าที่อ้างว่ามีคำพิพากษาเป็นจำนวนมากที่จะต้องพิมพ์ตามลำดับ แต่ปรากฎว่าคดีนี้จำเลยขาดนัดศาลแรงงานกลางพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวโดยข้อวินิจฉัยมีเพียงประเด็นเดียวว่าโจทก์มีสิทธิเรียกค่าปรับจากจำเลยได้หรือไม่เพียงใดเท่านั้น ข้ออ้างในคำร้องของโจทก์จึงไม่มีเหตุสุดวิสัยที่โจทก์จะยื่นคำขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ภายหลังสิ้นระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท สำนักงาน กฎหมาย และ บัญชี อินเตอร์คอนซัลแตนท์ จำกัด
จำเลย - นางสาว หทัยธร เบ็ญสตาล - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 23
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 — ม. 26, ม. 31 - องค์คณะ
- สมภพ โชติกวณิชย์
ชลิต ประไพศาล
ชลอ บุณยเนตร
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา