ฎีกา ปี พ.ศ. 2537
ฎีกาที่ 5076/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ในวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ของศาลแรงงานกลางจำเลยมอบอำนาจให้ พ. มาชี้แจงข้อเท็จจริงแก้ข้อกล่าวหาของโจทก์ แต่ พ. มีความจำเป็นต้องไปตามคำสั่งของเจ้าพนักงานตำรวจจำเลยจึงมอบให้ ส.ถือหนังสือมอบอำนาจและหนังสือของพ.ที่ขอเลื่อนการให้การมายื่นต่อศาลแรงงานกลาง เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่โดยได้แถลงให้ศาลทราบถึงความจำเป็นที่ไม่อาจมาศาลได้ ศาลแรงงานกลางก็ชอบที่ดำเนินการไต่สวนเพื่อจะได้ทราบว่าจำเลยมีเหตุจำเป็นจริงหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 41
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 30,600 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 2,890 บาท และค่าเสียหายเป็นเงิน30,600 บาทจำเลยขาดนัดและขาดนัดพิจารณาศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าชดเชยจำนวน 30,600 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 2,890 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับจากวันฟ้องจนถึงวันชำระเงินเสร็จ และให้จำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 30,600 บาท แก่โจทก์จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2537 ว่า ในวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ จำเลยมอบอำนาจให้นายไพศาล สุขอร่ามมาศาลเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง แต่นายไพศาลมาศาลไม่ได้เพราะต้องไปตามคำสั่งของเจ้าพนักงานตำรวจ จำเลยไม่ได้จงใจขาดนัดหรือมีเจตนาที่จะประวิงคดี ขอให้มีการพิจารณาใหม่ศาลแรงงานกลางพิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งในวันเดียวกันว่าพิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าในวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ของศาลแรงงานกลาง จำเลยมอบอำนาจให้นายไพศาล สุขอร่าม มาชี้แจงข้อเท็จจริงแก้ข้อกล่าวหาของโจทก์ แต่นายไพศาลมีความจำเป็นต้องไปตามคำสั่งของเจ้าพนักงานตำรวจ จำเลยจึงมอบให้นายสมพงษ์ นิ่มสุด ถือหนังสือมอบอำนาจและหนังสือของนายไพศาลที่ขอเลื่อนการให้การมายื่นต่อศาลแรงงานกลาง ถือได้ว่าจำเลยได้แจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลแรงงานกลางทราบแล้ว จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยขาดนัดนั้นพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 40 วรรคสอง บัญญัติว่า เมื่อจำเลยได้รับหมายเรียกให้มาศาลตามมาตรา 37 แล้ว ไม่มาตามกำหนดโดยไม่แจ้งให้ศาลแรงงานทราบเหตุที่ไม่มา ให้ศาลแรงงานมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว และมาตรา 41 บัญญัติเป็นใจความว่าในกรณีที่ศาลแรงงานมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดตามมาตรา 40 วรรคสอง หากจำเลยมาแถลงให้ศาลแรงงานทราบถึงความจำเป็นที่ไม่อาจมาศาลได้ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ศาลแรงงานมีคำสั่ง ศาลแรงงานมีอำนาจไต่สวนถึงเหตุแห่งความจำเป็นนั้นได้ และหากเห็นเป็นการสมควรให้ศาลแรงงานมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวแล้วดำเนินกระบวนพิจารณาที่ได้กระทำภายหลังจากที่มีคำสั่งตามมาตรา 40 นั้นใหม่กรณีของจำเลย เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่โดยได้แถลงให้ศาลทราบถึงความจำเป็นที่ไม่อาจมาศาลได้ ศาลแรงงานกลางก็ชอบที่ดำเนินการไต่สวนเพื่อจะได้ทราบว่าจำเลยมีเหตุจำเป็นจริงหรือไม่ ตามมาตรา 41พิพากษายกคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งยกคำร้องของจำเลย ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2537 และให้ดำเนินการไต่สวนคำร้องของจำเลยแล้วมีคำสั่งตามรูปคดี
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย สุด คิด เกิด ดี
จำเลย - บริษัท ทอง ทะเล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 — ม. 37, ม. 40, ม. 41
- องค์คณะ
- ชูชาติ ศรีแสง
ชลิต ประไพศาล
วินัย วิมลเศรษฐ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา