ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 แพ่ง
ฎีกาที่ 5080/2542
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ผู้ร้องที่ 1 และที่ 2 ได้เริ่มคดีโดยร่วมกันยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้าน แต่ภายหลังผู้คัดค้านได้ยื่นคำร้องขอถอนคำคัดค้านไปและยินยอมให้ผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน การที่ผู้ร้องที่ 1 ได้ขอถอนคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเฉพาะตัวผู้ร้องที่ 1 ในเวลาต่อมา และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตแล้ว ย่อมไม่มีผลให้คำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเดิมของผู้ร้องที่ 2 กลับเป็นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกขึ้นมาใหม่ การที่ศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนคำร้องขอของผู้ร้องที่ 2 ต่อไปเพื่อวินิจฉัยว่าสมควรตั้งให้ผู้ร้องที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ศาลชั้นต้นจึงไม่จำต้องประกาศหนังสือพิมพ์หรือแจ้งให้ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียทราบอีกการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นที่กระทำมาจึงชอบแล้ว ไม่เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบที่ผู้คัดค้านจะขอให้เพิกถอนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของนายบรรจง บุญยะโหตระ ผู้ตายผู้คัดค้านทั้งสองได้ยื่นคำร้องคัดค้าน แต่ต่อมาสามารถตกลงกันได้โดยผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำร้องขอถอนคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นอนุญาตและต่อมาผู้ร้องที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเฉพาะส่วนของผู้ร้องที่ 1ศาลชั้นต้นอนุญาต แล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ร้องที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของนายบรรจง บุณยะโหตระ ผู้ตายผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านทั้งสองมีสาเหตุขัดแย้งกับผู้ร้องที่ 2 เกี่ยวกับการแบ่งทรัพย์มรดก แต่ถ้าหากผู้ร้องที่ 1 ร่วมเป็นผู้จัดการมรดกด้วยแล้วจะทำให้เกิดความเป็นธรรมในการแบ่งปันทรัพย์มรดกแก่ทายาท ผู้คัดค้านทั้งสอง จึงได้ถอนคำคัดค้านและยินยอมให้ผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน แต่ต่อมาผู้ร้องที่ 1 ถอนคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกภายหลังจากผู้คัดค้านทั้งสองได้ถอนคำคัดค้านดังกล่าวโดยผู้คัดค้านทั้งสองไม่ทราบว่าผู้ร้องที่ 1 จะถอนคำร้องขอเท่ากับผู้ร้องที่ 2 เพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ถือว่าเป็นการร้องขอใหม่เข้ามาในคดี ศาลจะต้องส่งสำเนาคำร้องให้แก่ทายาทและประกาศหนังสือพิมพ์ใหม่เพื่อให้ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียคัดค้าน แต่ศาลมิได้ดำเนินกระบวนพิจารณาดังกล่าว หากมีการส่งสำเนาคำร้องและประกาศหนังสือพิมพ์ใหม่ ผู้คัดค้านทั้งสองก็จะยื่นคำคัดค้านเพราะผู้ร้องที่ 2 ไม่เหมาะสม การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลจึงเป็นการกระทำที่ผิดระเบียบไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบแล้วดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ศาลชั้นต้นสั่งว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชอบด้วยกฎหมายแล้วไม่เป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ยกคำร้องผู้คัดค้านทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้คัดค้านทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องที่ 1 และที่ 2 ได้เริ่มคดีโดยร่วมกันยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกโดยผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำร้องคัดค้าน แต่ภายหลังผู้คัดค้านทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอถอนคำคัดค้านไปแล้ว การที่ต่อมาผู้ร้องที่ 1 ได้ขอถอนคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเฉพาะตัวผู้ร้องที่ 1 ไม่มีผลให้คำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเดิมของผู้ร้องที่ 2 กลับเป็นคำร้องขอใหม่ขึ้นมาแต่อย่างใด ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนคำร้องขอของผู้ร้องที่ 2 เพื่อวินิจฉัยว่า สมควรตั้งให้ผู้ร้องที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่นั้น จึงไม่จำต้องประกาศหนังสือพิมพ์หรือแจ้งให้ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียทราบอีก การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นที่กระทำมาจึงชอบแล้ว ไม่เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ที่ผู้คัดค้านทั้งสองจะขอให้เพิกถอน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ได้พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- ผู้ร้อง - ศาสตราจารย์นายแพทย์ วิจิตร บุณยะโหตระ กับพวก
ผู้คัดค้าน - นาง เตือนใจ วิริยฑูรย์ กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 27, ม. 188
- องค์คณะ
- ศิริชัย สวัสดิ์มงคล
วิเทพ ศิริพากย์
สุทิน ปัทมราชวิเชียร
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา