ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 อาญา

ฎีกาที่ 509/2529

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ผู้เสียหาย 4 คนมีอายุกว่า 13 ปี แต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะส่วนผู้เสียหายอีก 3 คนมีอายุไม่เกิน 13 ปี ผู้เสียหายไปพบจำเลยโดยจำเลยทำอุบายทำนายว่าผู้เสียหายดวงชะตาไม่ดี จะต้องให้จำเลยสะเดาะเคราะห์ให้เมื่อจำเลยใช้อวัยวะเพศของจำเลยสอดเข้าไปในทวารหนักของผู้เสียหายผู้เสียหายบ่นเจ็บ จำเลยบอกให้อดทน ที่จำเลยใช้อวัยวะเพศของจำเลยสอดเข้าไปในทวารหนักของผู้เสียหายได้นั้นก็โดยอาศัยความเบาปัญญาของผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์ที่หลงเชื่อว่า กรณีที่จำเลยกระทำต่อผู้เสียหายเป็นการสะเดาะเคราะห์จึงไม่เป็นการขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนให้จำยอมให้จำเลยกระทำอนาจาร การกระทำของจำเลยต่อผู้เสียหายที่มีอายุกว่า 13 ปี จึงไม่เป็นความผิด คงมีความผิดเฉพาะที่กระทำต่อผู้เสียหายที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘, ๒๗๙,๙๑
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘ รวม ๔ กระทง จำคุกกระทงละ ๑ ปี และผิดตามมาตรา ๒๗๙ วรรคสอง๓ กระทง จำคุกกระทงละ ๒ ปี รวมจำคุก ๑๐ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘ คงจำคุกจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นสำหรับข้อหากระทำอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๒๗๙ ไว้ ๖ ปี
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จะวินิจฉัยมีว่า การกระทำของจำเลยเป็นการขู่เข็ญโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้หรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้เสียหาย ๔ คนมีอายุกว่า ๑๓ ปี แต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ส่วนผู้เสียหายอีก ๓ คนมีอายุยังไม่เกิน๑๓ ปี ตามวันเวลาเกิดเหตุผู้เสียหายไปพบจำเลยโดยหลงเชื่อตามที่จำเลยทำอุบายทำนายว่าผู้เสียหายดวงชะตาไม่ดีจะต้องให้จำเลยสะเดาะเคราะห์ให้ตามที่จำเลยแนะนำ เมื่อจำเลยใช้อวัยวะเพศของจำเลยสอดเข้าไปในทวารหนักของผู้เสียหาย ผู้เสียหายบ่นเจ็บ จำเลยบอกให้อดทน เห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีที่จำเลยใช้อวัยวะเพศของจำเลยสอดเข้าไปในทวารหนักของผู้เสียหายได้นั้นก็โดยอาศัยความเบาปัญญาของผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์โดยผู้เสียหายหลงเชื่อว่า กรณีที่จำเลยกระทำต่อผู้เสียหายเป็นการสะเดาะเคราะห์ จึงไม่เป็นการขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย นอกจากนั้นคดียังได้ความว่าขณะที่จำเลยกระทำอนาจารต่อผู้เสียหายแต่ละรายนั้น ยังมีผู้เสียหายอื่นบางคนและสามเณรปราเมศอยู่ที่กุฏิเกิดเหตุด้วย ซึ่งแม้จะนอนหลับ แต่หากผู้เสียหายขัดขืนก็น่าจะหลีกเลี่ยงได้หรือร้องขึ้นบ้าง เพราะอยู่ในภาวะที่สามารถขัดขืนหรือร้องขอให้คนอื่นช่วยเหลือได้ เมื่อคดีไม่ปรากฏเช่นว่านั้นย่อมส่อแสดงว่าผู้เสียหายต่างยินยอมให้จำเลยกระทำอนาจารโดยหลงเชื่อว่าเป็นวิธีสะเดาะเคราะห์ต่อดวงชะตา มิใช่ถูกจำเลยขู่เข็ญจนผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนให้จำเลยกระทำอนาจารแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยต่อผู้เสียหายที่มีอายุกว่า๑๓ ปี จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง คงมีความผิดเฉพาะที่กระทำต่อผู้เสียหายที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน ๑๓ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๙ วรรคแรก
พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน
จำเลย - นายอุดมหรือสมเกียรติ เล็บครุฑ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 278, ม. 279
องค์คณะ
เฉลิม การปลื้มจิตต์
บุญส่ง คล้ายแก้ว
ธิรพันธุ์ รัศมิทัต
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลจังหวัดลำพูน - นายเฉลิมศักดิ์ บุญยงค์
ศาลอุทธรณ์ - นายนาม ยิ้มแย้ม

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา