ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่ง
ฎีกาที่ 510/2533
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ในชั้น บังคับคดีนั้น แม้จะได้ความว่าจำเลยได้ ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์ไปบางส่วนแล้ว ก็ยังคงมีหนี้ที่จำเลยจะต้อง ชำระแก่โจทก์อยู่อีก ทั้งโจทก์ก็ยังไม่ได้รับรองว่าได้ รับ ชำระ หนี้ไว้แล้วดัง ที่จำเลยอ้าง จึงเป็นเรื่องที่จำเลยจะต้อง ไปว่ากล่าวกับโจทก์เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก จะยกเอาการชำระหนี้ดังกล่าวมาเป็นเหตุให้ศาลยกเลิกหมายบังคับคดี หรืองดการบังคับคดีหาได้ไม่.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2ร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,021,609.40 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์ขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า จำเลยทั้งสองได้ชำระเงินให้โจทก์ไปแล้ว 150,000 บาท แต่โจทก์กับทนายโจทก์ยื่นคำร้องเท็จต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยทั้งสองยังไม่ได้ชำระหนี้ ศาลชั้นต้นหลงเชื่อจึงได้ออกหมายบังคับคดีให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ทั้งหมดตามคำพิพากษาขอให้ยกเลิกหมายบังคับคดีและงดการบังคับคดีไว้ก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลออกหมายบังคับคดีไปตามที่โจทก์ขอตามคำพิพากษาจึงไม่มีเหตุที่จะยกเลิกหมายบังคับคดี ส่วนที่จำเลยทั้งสองอ้างว่าได้ชำระเงินให้โจทก์บางส่วนไปแล้วตามคำร้องนั้นเป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสองจะต้องไปดำเนินการในชั้นบังคับคดีให้ยกคำร้องจำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหามีว่า ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีระบุจำนวนเงินและอัตราดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์รวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความที่ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระแก่โจทก์ตรงตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นตามคำขอของโจทก์ดังนั้นการออกหมายบังคับคดีดังกล่าวของศาลชั้นต้นจึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 275 แล้ว หาได้ออกหมายบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติตามมาตรา 296 แห่งประมวลกฎหมายดังกล่าวไม่ส่วนที่จำเลยทั้งสองอ้างว่าได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์แล้วจำนวน 150,000 บาท แม้เป็นความจริงก็เป็นเพียงการชำระหนี้บางส่วนเท่านั้น คงมีหนี้ที่จำเลยทั้งสองจะต้องชำระแก่โจทก์อยู่อีก และที่จำเลยทั้งสองอ้างว่าได้ชำระหนี้ให้โจทก์แล้วบางส่วนดังกล่าวโจทก์ก็ไม่รับรองว่าได้รับชำระหนี้ไว้แล้วดังที่จำเลยทั้งสองอ้าง จึงเป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสองจะต้องไปว่ากล่าวกับโจทก์เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก จะยกเอามาเป็นเหตุให้ศาลยกเลิกหมายบังคับหรืองดการบังคับคดีหาได้ไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท เอเชียโฮเต็ ล
จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เวลตร้า กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 275, ม. 296
- องค์คณะ
- เสียง ตรีวิมล
บุญศรี กอบบุญ
สุวิทย์ ธีรพงษ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา