ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 แพ่ง

ฎีกาที่ 512/2535

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยขออาศัยที่ดินพิพาทจากโจทก์เมื่อเดือนธันวาคม 2526 แต่ไม่บรรยายว่าขณะนั้นโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทได้อย่างไร และที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยขออาศัยเป็นเวลาก่อนที่โจทก์ได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทขัดแย้งกันนั้นโจทก์บรรยายฟ้องถึงการเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท จำเลยเป็นผู้อาศัยโจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกไปแล้วจำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายเป็นการแสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาคำขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหานั้นแล้ว ข้อที่ว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองอย่างไร เมื่อใด เป็นเพียงรายละเอียดที่อาจนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ส่วนที่ฟ้องขัดแย้งกันบ้างเป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่อาจผิดพลาดได้ เมื่ออ่านคำฟ้องทั้งฉบับก็พอเข้าใจได้ทั้งจำเลยก็สามารถให้การสู้คดีได้แล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม โจทก์ฟ้องอ้างว่าซื้อที่ดินพิพาทจาก น. แต่นำสืบว่าจำเลยขายฝากที่ดินพิพาทให้ น. ต่อมาจำเลยกู้เงินโจทก์เพื่อนำไปชำระหนี้ไถ่ถอนการขายฝากจาก น. และตกลงว่าเมื่อไถ่ถอนการขายฝากแล้วจำเลยจะโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ โดยโจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายกันไว้ ครั้นเมื่อจำเลยนำเงินชำระหนี้ น. แล้ว จำเลยไม่มีเงินค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝาก โจทก์จำเลยและ น.จึงตกลงกันให้ น. โอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ เป็นการนำสืบถึงที่มาแห่งการซื้อที่ดินพิพาทจาก น. ว่ามีขั้นตอนอย่างไร จนผลสุดท้ายเกิดการโอนที่ดินพิพาทระหว่าง น. กับโจทก์ โดยผลจากการที่โจทก์เป็นผู้ออกเงิน ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นตามฟ้อง

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท เมื่อเดือนธันวาคม2526 จำเลยขออาศัยที่ดินพิพาทจากโจทก์ ต่อมาโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอาศัยจึงบอกกล่าวให้จำเลยและบริวารรื้อบ้านออกไป จำเลยเพิกเฉยทำให้โจทก์เสียหายขาดประโยชน์ ขอให้ขับไล่ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำเลยให้การว่าฟ้องเคลือบคลุม เพราะโจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินเมื่อ พ.ศ. 2527 แต่อ้างว่าจำเลยขออาศัยโจทก์เมื่อ พ.ศ. 2526ขัดแย้งกันขณะที่โจทก์อ้างว่าจำเลยขออาศัยนั้น จำเลยมีสิทธิไถ่ถอนการขายฝากที่ดินพิพาทจากนางนิตยาได้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและจำเลยได้ชำระหนี้ไถ่ถอนการขายฝากให้นางนิตยาแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝาก จำเลยมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทไม่ได้ขออาศัยโจทก์ โจทก์และนางนิตยาทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทกันโดยฉ้อฉลทำให้จำเลยเสียเปรียบ โจทก์ไม่มีสิทธิขับไล่และเรียกค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินพิพาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 2,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนบ้านออกไป ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาทคำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องเคลือบคลุม อ้างว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยขออาศัยที่ดินพิพาทจากโจทก์เมื่อเดือนธันวาคม 2526 แต่ไม่ได้บรรยายว่าขณะนั้นโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทได้อย่างไร และข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าจำเลยอาศัยเป็นเวลาก่อนที่โจทก์ได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทขัดแย้งกันนั้น โจทก์บรรยายฟ้องถึงการเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท จำเลยเป็นผู้อาศัย โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอาศัยต่อไป จึงบอกกล่าวให้ออกไปจำเลยไม่ยอมออกทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายเป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหานั้นแล้ว ข้อความที่ว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทอย่างไร เมื่อใด นั้น เป็นเพียงรายละเอียดที่อาจนำสืบได้ในชั้นพิจารณา และที่ฟ้องโจทก์ขัดแย้งกันอยู่บ้างนั้นก็เป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อยที่อาจผิดพลาดได้ แต่เมื่ออ่านคำฟ้องทั้งฉบับแล้วก็พอเข้าใจได้ ทั้งจำเลยก็สามารถให้การต่อสู้คดีได้แล้วไม่ถึงกับทำให้ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกฟ้องนอกประเด็นนั้น ตามฟ้องโจทก์อ้างว่าซื้อที่ดินพิพาทจากนางนิตยาการที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยกู้เงินโจทก์เพื่อนำไปชำระหนี้ไถ่ถอนการขายฝากที่ดินพิพาทจากนางนิตยา และในที่สุดจำเลยตกลงจะโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์หลังจากไถ่ถอนการขายฝากแล้ว โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายกันไว้ ต่อมาเมื่อมีการนำเงินชำระหนี้ค่าไถ่ถอนการขายฝากให้นางนิตยาแล้ว จำเลยไม่มีเงินค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝาก โจทก์ จำเลย และนางนิตยาจึงตกลงกันให้นางนิตยาโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ เป็นการนำสืบถึงที่มาแห่งการซื้อที่ดินพิพาทจากนางนิตยาว่ามีขั้นตอนอย่างไร จนผลสุดท้ายเกิดการโอนที่ดินพิพาทระหว่างนางนิตยากับโจทก์ โดยผลจากการที่โจทก์เป็นผู้ออกเงินค่าที่ดินในการที่ได้ที่ดินพิพาทมาศาลชั้นต้นวินิจฉัยคดีจากพยานหลักฐานดังกล่าว ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นตามคำฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย ประจักษ์ ใจ ดี
จำเลย - นาง แฉล้ม เนตร มะลิ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 86, ม. 87, ม. 142, ม. 172
องค์คณะ
ประวิทย์ ขัมภรัตน์
ราเชนทร์ จัมปาสุต
มงคล สระฏัน

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา