ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 5147/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์ยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยทั้งสามโดยโจทก์ยังมีสิทธิเก็บผลประโยชน์ในที่ดินพิพาทอยู่ตลอดชีวิต แม้สิทธิดังกล่าวจะมิได้มีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ก็เป็นภาระเกี่ยวกับที่ดินพิพาท ถือได้ว่าเป็นการให้สิ่งที่มีค่าภารติดพัน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องถอนคืนการให้เพราะเหตุเนรคุณได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 535(2)

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนให้โดยเสน่หาซึ่งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 34 หมู่ที่ 4 ตำบลสร้อยทองอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสามและให้จำเลยทั้งสามดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมถอนชื่อจำเลยทั้งสามออกจากที่ดินแปลงดังกล่าวหากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสามจำเลยทั้งสามให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คำฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมการยกให้ที่ดินพิพาทเป็นการให้สิ่งที่มีค่าภารติดพัน โจทก์ถอนคืนการให้ไม่ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า ฟังไม่ได้ว่าเป็นการให้สิ่งที่มีค่าภารติดพัน โจทก์มีสิทธิถอนคืนการให้ได้ แต่จำเลยทั้งสามมิได้ด่าว่าโจทก์ โจทก์จึงถอนคืนการให้ไม่ได้ พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติตามที่คู่ความนำสืบรับกันและตามที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาโดยคู่ความมิได้ฎีกาโต้เถียงกันว่า จำเลยทั้งสามเป็นหลานของโจทก์และเคยอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของโจทก์ โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นที่นาตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 34 หมู่ที่ 4 ตำบลสร้อยทองอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ตามเอกสารหมาย จ.4(ล.1) เมื่อปี 2524 โจทก์ได้ยกที่ดินแปลงดังกล่าวให้จำเลยทั้งสามคนละหนึ่งในสี่ส่วนโดยจดทะเบียนโอนใส่ชื่อจำเลยทั้งสามถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับโจทก์โดยไม่มีค่าตอบแทนแต่โจทก์มีสิทธิเก็บผลประโยชน์จากที่ดินดังกล่าวตลอดชีวิตพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่โจทก์ยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยทั้งสามโดยโจทก์ยังมีสิทธิเก็บผลประโยชน์ในที่ดินพิพาทอยู่ตลอดชีวิตแม้สิทธิดังกล่าวจะมิได้มีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้ตามกฎหมาย แต่ก็เป็นภาระเกี่ยวกับที่ดินพิพาท ถือได้ว่าเป็นการให้สิ่งที่มีค่าภารติดพัน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องถอนคืนการให้จำเลยทั้งสามเพราะเหตุเนรคุณได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 535(2)ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาว่าจำเลยทั้งสามหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงตามที่โจทก์ฎีกาอีกต่อไปที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง ละ มัย จินต์ แสง
จำเลย - นางสาว ภากย์ สุข งาม กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 535 (2)
องค์คณะ
เสมอ อินทรศักดิ์
นิวัตน์ แก้วเกิดเคน
ดุสิต เพชรปลูก

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา