ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่ง

ฎีกาที่ 5172/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

บุคคลผู้มีสิทธิที่จะร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 คงมีเพียงทายาทผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการเท่านั้น ตามสำเนาพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองของผู้ตายมีใจความว่า ให้พ.เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายโดยให้ขายบ้านและที่ดินแล้วรวมกับเงินสดซึ่งฝากไว้กับธนาคารใช้ฌาปนกิจศพของผู้ตาย ส่วนที่เหลือให้นำถวายวัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตาย หาได้มีข้อความตอนใดระบุชื่อวัดผู้ร้องเป็นผู้รับพินัยกรรมของผู้ตายไม่การที่ พ. ผู้จัดการมรดกคนเดิมของผู้ตายได้แสดงเจตนาไว้ว่าจะรวบรวมทรัพย์มรดกของผู้ตายถวายวัดผู้ร้องยังไม่ก่อให้เกิดสิทธิใด ๆ แก่ผู้ร้องที่จะเรียกเอาทรัพย์มรดกรายนี้ได้ตามกฎหมายผู้ร้องจึงไม่ใช้ผู้มีสิทธิที่จะร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้ตามบทบัญญัติดังกล่าว การวินิจฉัยถึงสิทธิของผู้ร้องว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตายย่อมเป็นการวินิจฉัยถึงเนื้อหาแห่งคดีแล้วว่าผู้ร้องไม่อาจใช้สิทธิทางศาลได้ ไม่ใช่กรณีที่จะสั่งรับหรือไม่รับคำคู่ความ ศาลชั้นต้นจะต้องมีคำสั่งยกคำร้อง ไม่คืนค่าขึ้นศาลให้แก่ผู้ร้อง.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

ผู้ร้องยืนคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายตามเจตนาของเจ้ามรดกและผู้จัดการมรดกคนเดิม เมื่อผู้จัดการมรดกคนเดิมตายไปแล้ว จึงจำเป็นต้องตั้งผู้จัดการมรดกคนใหม่ขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งตั้งนายประเสริฐ ขุนเณร ไวยาวัจกรของวัดผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายต่อไปศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่ใช่ทายาทของเจ้ามรดก เพราะไม่มีพินัยกรรมยกให้วัดผู้ร้อง ผู้จัดการมรดกต้องแบ่งทรัพย์มรดกให้ทายาทเท่านั้น ไม่มีอำนาจยกให้วัดผู้ร้อง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกของนางเสงี่ยม ไม่รับคำร้อง คืนค่าขึ้นศาลและจำหน่ายคดีผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บุคคลผู้มีสิทธิที่จะร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1713 คงมีเพียงทายาท ผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการเท่านั้น ตามสำเนาพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองของผู้ตายเอกสารท้ายอุทธรณ์ของผู้ร้องมีใจความเพียงว่า ให้นายพินเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายโดยให้ขายทรัพย์สินที่เป็นบ้านและที่ดินแล้วรวมกับกับเงินสดซึ่งฝากไว้กับธนาคารให้ฌาปนกิจศพของผู้ตาย และส่วนที่เหลือให้นำถวายวัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตายเท่านั้น หาได้มีข้อความตอนใดระบุชื่อวัดผู้ร้องเป็นผู้รับพินัยกรรมของผู้ตายไม่การที่นายพินผู้จัดการมรดกของผู้ตายคนเดิมได้แสดงเจตนาไว้ว่าจะรวบรวมทรัพย์มรดกของผู้ตายถวายวัดผู้ร้องนั้นยังไม่ก่อให้เกิดสิทธิใด ๆ แก่ผู้ร้องในอันที่จะเรียกเอาทรัพย์มรดกรายนี้ได้ตามกฎหมาย ผู้ร้องจึงไม่อยู่ในฐานะทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายในอันที่จะมีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้ แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นซึ่งสั่งไม่รับคำร้องของผู้ร้องและสั่งคืนค่าขึ้นศาลแก่ผู้ร้อง นั้น เห็นว่าการวินิจฉัยถึงสิทธิของผู้ร้องว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตายย่อมเป็นการวินิจฉัยถึงเนื้อหาแห่งคดีแล้วว่ากรณีนี้ผู้ร้องไม่อาจจะใช้สิทธิทางศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 มิใช่กรณีที่จะส่งรับหรือไม่รับคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 18 ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้อง ไม่คืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นผู้ร้องค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
ผู้ร้อง - วัด อม ฤต
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1658, ม. 1713
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 18, ม. 55, ม. 151 วรรคแรก
องค์คณะ
ตัน เวทไว
บุญส่ง วรรณกลาง
วิทวัส อยู่วัฒนา

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา