ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 อาญา

ฎีกาที่ 5205/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยที่ 1 แถลงรับแต่เพียงว่าได้มีการลงข้อความประกาศโฆษณาตามที่โจทก์อ้างในฟ้องในหนังสือพิมพ์จริงเท่านั้น มิได้ยอมรับว่าเป็นผู้ให้ข่าวนั้นแก่หนังสือพิมพ์ หรือได้ร่วมกับจำเลยที่ 2และที่ 3 ลงข่าวดังกล่าวเพื่อใส่ความโจทก์ เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 สมคบกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลงข่าวในหนังสือพิมพ์ใส่ความโจทก์และจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ โจทก์มีหน้าที่จะต้องนำสืบพิสูจน์และนำข้อเท็จจริงมาสู่ศาลเพื่อให้ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดตามฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของบริษัทยูนิบราเดอร์จำกัด และเป็นผู้ให้ข่าวแก่หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ฉบับพิพาท จำเลยที่ 2 เป็นบรรณาธิการ ควบคุมบทประพันธ์ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษรา จำเลยที่ 3 เป็นบรรณาธิการข่าว ผู้ควบคุมข่าวของหนังสือพิมพ์ดังกล่าวจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันลงข่าวประกาศโฆษณาใส่ความโจทก์และบริษัทจิ้วฮวด จำกัด ซึ่งมีอาชีพเป็นพ่อค้านักธุรกิจได้ร่วมกันฉ้อฉลกระทำผิดกฎหมายผิดสัญญาต่อบริษัทยูนิบราเดิร์ จำกัด ไม่ยอมนำผลิตภัณฑ์ของบริษัทจิ้วฮวด จำกัด ซึ่งโจทก์เป็นกรรมการผู้มีอำนาจส่งมอบให้แก่บริษัทยูนิบราเดอร์ จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายตามสัญญาจัดจำหน่าย ทั้ง ๆ ที่สัญญายังเหลือระยะเวลาอีก 1 ปี และโจทก์เป็นบุคคลเจ้าเล่ห์ที่ฉกฉวยเอาแต่ประโยชน์โดยการชักจูงพนักงานของบริษัทยูนิบราเดอร์ จำกัด มาทำงานอยู่กับบริษัทจิ้วฮวด จำกัดโดยการให้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 เปอร์เซ็นต์ และแจกรถยนต์เก๋งให้อีก และโจทก์กับบริษัทจิ้วฮวด จำกัด มีฐานะการเงินไม่ดีจ่ายเช็คเด้งในวงเงิน 10 ล้านบาท จนถูกบริษัทยูนิบราเดอร์ จำกัดฟ้องต่อศาล บทความโฆษณาดังกล่าวไม่เป็นความจริงทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา83, 91, 326, 328, 332 ให้ยึดและทำลายข้อความในหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันโฆษณาคำพิพากษาของศาลทั้งหมดในหนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ 2 และในหนังสือพิมพ์อีก 4 ฉบับมีกำหนด 15 วัน โดยให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าโฆษณาทั้งหมดจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ 1 แถลงรับว่าได้มีการลงข้อความประกาศโฆษณาตามที่โจทก์อ้างในฟ้องในหนังสือพิมพ์ดังกล่าวจริง โจทก์จึงไม่ติดใจสืบพยานโจทก์ ต่อมาทนายจำเลยที่ 1 แถลงว่าจำเลยที่ 1 ยืนยันให้การปฏิเสธแต่ไม่ติดใจเบิกความเป็นพยานของตนหมดพยานจำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 ประกอบด้วยมาตรา 328 จำคุก 1 ปี และปรับ 2,000 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ถ้าไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ให้ยึดและทำลายหนังสือพิมพ์ที่มีข้อความหมิ่นประมาท และให้จำเลยที่ 1 โฆษณาคำพิพากษาของศาลตามคำขอของโจทก์จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่29 ธันวาคม 2529 จำเลยที่ 1 แถลงรับแต่เพียงว่าได้มีการลงข้อความประกาศโฆษณาตามที่โจทก์อ้างในฟ้องในหนังสือพิมพ์มาตุภูมิธุรกิจเอกสารหมาย จ.1 จริงเท่านั้น จำเลยที่ 1 มิได้ยอมรับว่าเป็นผู้ให้ข่าวนั้นหรือได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลงข่าวดังกล่าวเพื่อใส่ความโจทก์ เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ได้สมคบกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลงข่าวในหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวใส่ความโจทก์และจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ โจทก์ก็มีหน้าที่จะต้องนำสืบพิสูจน์และนำข้อเท็จจริงให้มาสู่ศาลเพื่อให้ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1ได้กระทำความผิดตามฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน คดีจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์ตามฟ้องพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย สถิต ย์ กาญจนวิสิษฐ ผล
จำเลย - นาย ศรีไทย ศรีเวทย์บ ดี กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 326, ม. 328
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 176, ม. 185
องค์คณะ
ชุม สุกแสงเปล่ง
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง
เธียร ยูงทอง

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา