ฎีกา ปี พ.ศ. 2540 อาญา
ฎีกาที่ 5239/2540
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้ในครอบครอง กับความผิดฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้โดยชอบด้วยกฎหมายไว้ในครอบครอง เจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการให้เป็นความผิดในลักษณะเดียวกัน แม้ข้อกฎหมายที่ลงโทษต่างกัน กล่าวคือความผิดฐานมีอาวุธปืน ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้ในครอบครอง ต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนมาตรา 72 วรรคหนึ่ง ส่วนความผิดฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้โดยชอบด้วยกฎหมายไว้ในครอบครองต้องระวางโทษตามมาตรา 72 วรรคสามก็ตาม แต่วัตถุที่ต้องห้ามทั้ง 2 กรณีดังกล่าว กฎหมายถือว่าเป็นวัตถุประเภทเดียวกัน โดยบัญญัติบทความผิดกับบทลงโทษในบทมาตราเดียวกัน เมื่อจำเลยมีไว้ในครอบครองในขณะเดียวกัน การกระทำความผิดของจำเลยจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท และลงโทษตามมาตรา 72 วรรคหนึ่ง ที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยมิได้ฎีกาในข้อนี้ศาลฎีกาก็ปรับบทลงโทษให้ถูกต้องได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 และริบอาวุธปืนลูกซองยาว 2 กระบอก กับกระสุนปืนลูกซองยาว 4 นัดของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง วรรคสามจำคุก 3 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ริบอาวุธปืนลูกซองยาว 2 กระบอก และกระสุนปืนลูกซองยาว 4 นัด ของกลางจำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 วรรคสาม ฐานมีอาวุธปืนไม่มีหลายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้ในครอบครอง จำคุก 1 ปี ฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้โดยชอบด้วยกฎหมายไว้ในครอบครองจำคุก 6 เดือนการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวมเป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาขอให้ลดโทษและรอการลงโทษ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่วินิจฉัยว่าความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้ในครอบครอง กับความผิดฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้โดยชอบด้วยกฎหมายไว้ในครอบครอง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาเพราะความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการให้เป็นความผิดในลักษณะเดียวกัน แม้ข้อกฎหมายที่ลงโทษต่างกัน กล่าวคือ ความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้ในครอบครองต้องระวางโทษตามมาตรา 72 วรรคหนึ่ง ส่วนความผิดฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้โดยชอบด้วยกฎหมายไว้ในครอบครอง ต้องระวางโทษตามมาตรา 72 วรรคสามก็ตาม แต่วัตถุที่ต้องห้ามทั้ง 2 กรณีดังกล่าว กฎหมายถือว่าเป็นวัตถุประเภทเดียวกันโดยบัญญัติบทความผิดกับบทลงโทษในบทมาตราเดียวกัน เมื่อจำเลยมีไว้ในครอบครองในขณะเดียวกัน การกระทำความผิดของจำเลยจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท และลงโทษตามมาตรา 72 วรรคหนึ่ง ที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยมิได้ฎีกาในข้อนี้ศาลฎีกาก็ปรับบทลงโทษให้ถูกต้องได้ส่วนโทษที่ลงแก่จำเลยคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2เพราะต้องห้ามเพิ่มเติมโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ประกอบด้วยมาตรา 225 ที่จำเลยขอให้ลดโทษนั้น เห็นว่า โทษที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 กำหนดเป็นการลงโทษที่เป็นคุณแก่จำเลยมากอยู่แล้ว ศาลฎีกาจึงไม่ลดโทษสถานเบากว่านี้อีกส่วนที่จำเลยขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า หลักฐานแสดงว่าจำเลยเป็นกำลังสำคัญในการหาเลี้ยงครอบครัวประกอบกับจำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อประกอบอาชญกรรมหรือกระทำการอันมิชอบ เมื่อได้พิจารณาพฤติการณ์แห่งคดีประกอบด้วยแล้ว มีเหตุอันควรปรานีให้โอกาสแก่จำเลยอีกสักครั้งเพื่อกลับตัวประพฤติเป็นพลเมืองดีต่อไป แต่เพื่อให้จำเลยหลาบจำและปรามมิให้จำเลยกระทำผิดในลักษณะนี้อีก จึงลงโทษปรับอีกสถานหนึ่งและกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมประพฤติของจำเลยไว้ด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 72 วรรคหนึ่ง และวรรคสามการกระทำความผิดของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามมาตรา 72 วรรคหนึ่ง ที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ปรับ 10,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก6 เดือน ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปีและกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยโดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อจ่าศาลของศาลชั้นต้นทุก 4 เดือน ต่อครั้ง ภายในระยะเวลาที่รอการลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 โทษปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด หล่มสัก
จำเลย - นาง จันทร์ เพ็ญ กลมเกลี้ยง - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 90
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 195, ม. 225
พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 — ม. 7, ม. 72 - องค์คณะ
- ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ
ธวัชชัย พิทักษ์พล
อัครวิทย์ สุมาวงศ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา