ฎีกา ปี พ.ศ. 2540 อาญา
ฎีกาที่ 5255/2540
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
สัญญากู้ที่จำเลยทำให้ไว้แก่โจทก์ร่วมนั้น จำเลยทำในนามของ ป. ซึ่งไม่มีตัวจริง ทั้งเช็คที่จำเลยนำมาแลกจำเลยยืมของบุคคลอื่นมาเป็นเช็คที่ปิดบัญชีแล้ว ลายมือชื่อที่จำเลยลงในเช็คก็ใช้ภาษาจีนไม่เป็นไปตามตัวอย่างที่ให้ไว้กับธนาคารเช็คที่ใช้แลกเงินจากโจทก์ร่วมไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ การหลอกลวงเอาเงินจากโจทก์ร่วมโดยทำหลักฐานการกู้หรือมอบเช็คให้โจทก์ร่วมดังกล่าวก็เป็นการหลอกลวงเพื่อให้ได้เงินนั่งเอง จำเลยมิได้มีเจตนาจะผูกพันตามสัญญากู้ หรือเช็คที่นำไปแลกแต่อย่างใดการกระทำของจำเลยครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 แล้ว
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 341 และให้จำเลยคืนหรือชดใช้เงินจำนวน 374,500 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา นางสาวอรวรรณ ปิดบุญทัน ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ4 เดือน, 2 เดือน, 6 เดือน และ 8 เดือน ตามลำดับ รวมจำคุก 24 เดือนให้จำเลยคืนหรือชดใช้เงินจำนวน 374,500 บาท แก่โจทก์ร่วมจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ฎีกาในข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาข้อกฎหมายว่าความผิดข้อหาฉ้อโกงต้องมีการหลอกลวงด้วยเจตนาทุจริต หลอกลวงให้ผู้ถูกหลอกลวงหลงเชื่อข้อเท็จจริงที่ตนหลอกลวง แล้วยอมส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้หลอกลวงเพราะเหตุที่ผู้ถูกหลอกลวงเชื่อข้อเท็จจริงที่ผู้หลอกลวงได้หลอกลวงนั้น ผู้หลอกลวงจึงมีความผิด แต่จากข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่า แม้จำเลยจะแสดงตนเป็นแพทย์ชื่อประเสริฐ มีลาภ ประจำอยู่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จนโจทก์ร่วมหลวงเชื่อ และจำเลยได้เงินจากโจทก์ร่วมไปทุกครั้ง อันเป็นผลมาจากการที่จำเลยจะได้เงินไปจากโจทก์ร่วมนั้นเป็นการกู้ยืมเงินและการนำเช็คแลกเงินสดจากโจทก์ร่วม ซึ่งจำเลยจะต้องจะคืนเงินแก่โจทก์ร่วมอยู่ดี หาใช่จำเลยจะเอาไปโดยทุจริตโดยไม่คืนเงินแก่โจทก์ร่วมแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยไม่ครบองค์ความผิดนั้น เห็นว่า โจทก์ร่วมเบิกความยืนยันว่าสัญญากู้ที่จำเลยทำให้ไว้จำเลยทำในนามนายประเสริฐ มีลาภ ซึ่งไม่มีตัวจริงทั้งเช็คที่จำเลยนำมาแลกจำเลยยืมของบุคคลอื่นมาเป็นเช็คที่บัญชีปิดแล้ว ลายมือชื่อที่จำเลยลงในเช็คก็ใช้ภาษาจีนไม่เป็นไปตามตัวอย่างที่ให้ไว้กับธนาคาร เช็คที่ใช้แลกเงินจากโจทก์ร่วมไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ การหลอกลวงเอาเงินจากโจทก์ร่วมโดยทำหลักฐานการกู้หรือมอบเช็คให้โจทก์ร่วมดังกล่าวก็เป็นการหลอกลวงเพื่อให้ได้เงินนั่นเอง จำเลยมิได้มีเจตนาจะผูกพันตามสัญญากู้หรือเช็คที่นำไปแลกแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยครบองค์ความผิดดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้ว ฎีกาจำเลยปัญหานี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด
โจทก์ - โจทก์ร่วม
โจทก์ - นางสาว อรวรร ณ ปิด บุญ ทัน
จำเลย - นาย ประเสิรฐหรืออดิสร มีลาภหรือลภิรัตนากูล - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 341
- องค์คณะ
- ปราโมทย์ ชพานนท์
เหล็ก ไทรวิจิตร
สกนธ์ กฤติยาวงศ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา