ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 แพ่ง

ฎีกาที่ 5323/2542

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

กำหนดเวลาบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 271 เป็นเรื่องระยะเวลาที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะบังคับแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงไม่ใช่อายุความ โจทก์มิได้บังคับคดีแก่จำเลยตามคำพิพากษาจนล่วงเลยกำหนดเวลาบังคับคดี โจทก์ย่อมหมดสิทธิบังคับคดีแก่จำเลย และกรณีไม่อาจนำเรื่องการสละประโยชน์แห่งอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/24 มาใช้บังคับได้ การที่จำเลยทำหนังสือขอผ่อนชำระหนี้ของจำเลยภายหลังครบกำหนดเวลาบังคับคดี จึงไม่ใช่การสละประโยชน์แห่งอายุความ

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งต่อมาวันที่ 12 มีนาคม 2534 จำเลยได้ละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความโดยมีหนังสือขอผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษากับโจทก์เดือนละ 500 บาทในวงเงิน 67,500 บาท โจทก์ตกลงให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ได้แต่จำเลยผิดนัด ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 86,099.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 75,612 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น คดีหมายเลขแดงที่ 13664/2523ซึ่งถึงที่สุดแล้วให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน 67,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์โจทก์ได้ดำเนินการบังคับคดีโดยขออกคำบังคับและหมายบังคับคดีแล้วแต่ไม่สามารถสืบหาทรัพย์สินของจำเลยได้ จนล่วงเลยเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 13พฤศจิกายน 2523 ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2534 จำเลยมีหนังสือถึงโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.2 ขอผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาในวงเงิน67,500 บาท เป็นรายเดือนเดือนละ 500 บาท จนกว่าจะครบคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า หนังสือขอผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยเป็นการสละประโยชน์แห่งอายุความและจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ตามหนังสือนี้หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 กำหนดให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาได้ภายใน 10 ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษา ดังนั้น เมื่อโจทก์มิได้บังคับคดีแก่จำเลยตามคำพิพากษาจนล่วงเลยกำหนดเวลาบังคับคดีดังกล่าว โจทก์จึงหมดสิทธิบังคับคดีแก่จำเลย กำหนดเวลาบังคับคดีดังกล่าวเป็นเรื่องระยะเวลาที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะบังคับแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จึงไม่ใช่อายุความไม่อาจนำเรื่องการสละประโยชน์แห่งอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/24 มาใช้บังคับได้หนังสือขอผ่อนชำระหนี้ของจำเลยจึงไม่ใช่การสละประโยชน์แห่งอายุความ"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - กรมสามัญศึกษา
จำเลย - จ่าสิบเอก เฉลียว อ่อนชื่น
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 193/24
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 271
องค์คณะ
ธวัชชัย จาตุรงคกุล
เหล็ก ไทรวิจิตร
กิติยาภรณ์ อาตมียะนันทน์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา