ฎีกา ปี พ.ศ. 2538
ฎีกาที่ 5366/2538
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
เจ้าหนี้รายที่ 4 ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาภายในระยะเวลาตามกฎหมาย ถึงแม้ศาลจะยังไม่ได้มีคำสั่งให้จำเลยรายที่ 4 ได้รับชำระหนี้ ก็ถือได้ว่าจำเลยที่ 4เป็นเจ้าหนี้ในคดี ย่อมมีสิทธิเข้าประชุมเจ้าหนี้และออกเสียงลงคะแนนได้ตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483ส่วนการที่จะมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยแค่ไหนเพียงใดนั้น เป็นดุลพินิจของศาลที่จะมีคำสั่งต่อไปในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ การที่ศาลยังมิได้มีคำสั่งให้เจ้าหนี้รายที่ 4 ได้รับชำระหนี้ ไม่เป็นเหตุที่จะต้องเลื่อนการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกซึ่งต้องดำเนินการโดยเร็วที่สุดตามมาตรา 31
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยล้มละลาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2534ต่อมาวันที่ 15 มกราคม 2536 จำเลยยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2536 ในวันนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกจำเลยคัดค้านการประชุมอ้างเหตุว่าธนาคารกสิกรไทยเจ้าหนี้รายที่ 4 ได้รับชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว และหนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้ซ้ำซ้อน ขอให้เลื่อนการประชุมเพื่อรอคำสั่งศาลเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้ แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งยกคำขอให้ทำการประชุมไป ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลายจำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 8 มีนาคม 2536 ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดังกล่าว ให้รอการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกไว้จนกว่าที่ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบกับคำขอรับชำระหนี้ของธนาคารกสิกรไทยเจ้าหนี้รายที่ 4 และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์งดการขายทอดตลาดต่อไปเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า การประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกชอบด้วยกฎหมายแล้ว เพราะตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 31 กำหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องเรียกประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกโดยเร็วที่สุด จำเลยไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนการประชุมเพราะเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เท่านั้นที่จะขอให้เพิกถอนได้ตามมาตรา 36 นอกจากนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังมิได้ให้ธนาคารกสิกรไทยเจ้าหนี้รายที่ 4 ได้รับชำระหนี้จากเงินซึ่งได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดการไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า เจ้าพักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุเพิกถอน ให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่าคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ไม่เลื่อนการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกชอบหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า ธนาคารกสิกรไทยเจ้าหนี้รายที่ 4 ยื่นคำขอรับชำระหนี้มีทุนทรัพย์สูงและเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่แต่จำเลยคัดค้านว่าได้รับชำระหนี้ไปแล้ว และเรื่องยังอยู่ในระหว่างไต่สวนคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้อยู่ว่ามีมูลหนี้เพียง23,000,000 บาท และได้รับชำระหนี้ไปแล้วทั้งสิ้นหรือไม่ซึ่งหากฟังได้ตามข้อคัดค้านเจ้าหนี้รายนี้ย่อมไม่มีสภาพเป็นเจ้าหนี้และไม่มีสิทธิเข้าประชุมเจ้าหนี้ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าถึงแม้ศาลจะยังไม่ได้มีคำสั่งให้ธนาคารกสิกรไทยเจ้าหนี้รายที่ 4ซึ่งได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาภายในระยะเวลาตามกฎหมายได้รับชำระหนี้ ก็ถือได้ว่าธนาคารกสิกรไทยเจ้าหนี้รายที่ 4เป็นเจ้าหนี้ในคดี ย่อมมีสิทธิเข้าประชุมเจ้าหนี้และออกเสียงลงคะแนนได้ตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483ส่วนการที่จะมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยแค่ไหนเพียงใดนั้น เป็นดุลพินิจของศาลที่จะมีคำสั่งต่อไปใน ส่วนคำขอรับชำระหนี้ การที่ศาลยังมิได้มีคำสั่งให้ธนาคารกสิกรไทยเจ้าหนี้รายที่ 4 ได้รับชำระหนี้ไม่เป็นเหตุที่จะต้องเลื่อนการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกซึ่งต้องดำเนินการโดยเร็วที่สุดตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483แต่อย่างใด คำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ชอบแล้วที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด
ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์
จำเลย - นางสาว นภาลัย ปาสาทิ กา - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 31, ม. 34
- องค์คณะ
- ประสิทธิ์ แสนศิริ
สมาน เวทวินิจ
ปรีชา เฉลิมวณิชย์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา