ฎีกา ปี พ.ศ. 2543
ฎีกาที่ 5429/2543
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
แม้จำเลยจะเพิ่งได้รับโอนที่ดินมาภายหลังที่โจทก์ฟ้องคดีล้มละลายแล้วย่อมเป็นทรัพย์สินที่โจทก์สามารถบังคับชำระหนี้ได้ หามีกฎหมายกำหนดว่าต้องเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนฟ้องคดีล้มละลายไม่ จำเลยจึงไม่ใช่บุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่ควรให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาทั้งสิ้น 3,025,657.03 บาท โจทก์สืบหาทรัพย์สินของจำเลยเพื่อดำเนินการบังคับคดีแล้ว แต่จำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่จะบังคับคดีได้ จำเลยเป็นบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัวและเป็นหนี้โจทก์อันกำหนดจำนวนได้แน่นอนไม่น้อยกว่า 50,000 บาท ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายจำเลยไม่ยื่นคำให้การศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า ตั้งแต่จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา จำเลยไม่มีทรัพย์สินใด ๆ ที่จะชำระหนี้แก่โจทก์จำเลยเพิ่งได้รับโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์และโฉนดที่ดินมาโดยซื้อขายและการให้ตามเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.6 ในวันที่ 14 ถึง 15พฤษภาคม 2541 ก่อนวันนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 18 พฤษภาคม 2541และจำเลยไม่ได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์แต่อย่างใด จึงเป็นการกระทำโดยไม่สุจริตนั้น เห็นว่า ตามหลักฐานหนังสือรับรองการทำประโยชน์และโฉนดที่ดินดังกล่าวมีชื่อจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองและผู้ถือกรรมสิทธิ์และราคาประเมินที่ทางราชการรับรองแล้วรวมเป็นเงิน 3,199,725 บาท แม้จะเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้มาภายหลังจากที่โจทก์ฟ้องคดีล้มละลายแล้วก็ตามย่อมเป็นทรัพย์สินที่โจทก์สามารถบังคับชำระหนี้ได้ หามีกฎหมายกำหนดว่าต้องเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนฟ้องคดีล้มละลายไม่ และการที่จำเลยรับโอนทรัพย์สินที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์และโฉนดที่ดินบางส่วนมาโดยการซื้อขายแทนที่จะนำเงินไปชำระหนี้ให้โจทก์ก่อน จะว่าเป็นเรื่องที่จำเลยสร้างหลักฐานขึ้นมาเพื่อไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ดังที่โจทก์ฎีกานั้นก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงชัดแจ้ง น่าจะเป็นการทำเพื่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีทรัพย์สินเพียงพอชำระหนี้ได้ทั้งหมดมากกว่า เพราะอย่างไรก็ตามโจทก์สามารถบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยได้อยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีทรัพย์สินเพียงพอชำระหนี้ได้ทั้งหมด จำเลยจึงไม่ใช่บุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่ควรให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน
จำเลย - นาย สมนึก เต็มธนกิจไพศาล - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 9, ม. 14
- องค์คณะ
- วัฒนชัย โชติชูตระกูล
จำลอง สุขศิริ
ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา