ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง
ฎีกาที่ 5434/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยนำรถยนต์มาประกันภัยกับโจทก์แล้วค้างชำระเบี้ยประกันภัย แต่ปรากฏว่าในสำเนากรมธรรม์ประกันภัยทั้ง 5 ฉบับที่โจทก์อ้างส่งต่อศาล ไม่มีลายมือชื่อจำเลยหรือตัวแทนจำเลยโจทก์จึงไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีให้จำเลยชำระเบี้ยประกันภัยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 867 วรรคหนึ่ง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำรถยนต์ 5 คัน มาประกันภัยกับโจทก์อายุสัญญาประกันภัย 1 ปี ทุนประกันเป็นเงินคันละ 480,000 บาทอัตราเบี้ยประกันภัยเป็นเงินคันละ 23,999 บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระค่าเบี้ยประกันภัยแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลย จำเลยได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว สัญญากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ทั้ง 5 คันจึงมีผลยกเลิกการคุ้มครองจำเลยต้องชำระเบี้ยประกันภัยแก่โจทก์สำหรับระยะเวลาที่สัญญาประกันภัยมีผลคุ้มครอง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 113,698 บาทพร้อมดอกเบี้ยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยนำรถยนต์มาประกันภัยกับโจทก์ แล้วค้างชำระเบี้ยประกันภัยโดยโจทก์นำสืบพยานบุคคลปากเดียว ประกอบกับเอกสารกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งปรากฏว่าในสำเนากรมธรรม์ประกันภัยทั้ง 5 ฉบับ ที่โจทก์ส่งอ้างต่อศาล ไม่มีลายมือชื่อจำเลยหรือลายมือชื่อตัวแทนของจำเลยอยู่เลยและไม่ปรากฏว่าโจทก์มีเอกสารอื่นใดที่เป็นหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยผู้เอาประกันภัย ฉะนั้น โจทก์จึงไม่อาจจะฟ้องร้องบังคับให้จำเลยชำระเบี้ยประกันภัยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 867 วรรคหนึ่งพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท ประกันภัย ไทย วิวัฒน์ จำกัด
จำเลย - บริษัท พี.ที.บางกอกทัวร์แอนด์ทรานสปอร์ต จำกัด - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 867 วรรคหนึ่ง
- องค์คณะ
- นิเวศน์ คำผอง
สมภพ โชติกวณิชย์
ไพโรจน์ คำอ่อน
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา