ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 อาญา

ฎีกาที่ 5439/2536

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยขับรถไถในทางเวลากลางคืนมีหน้าที่ต้องเปิดไฟแสงแดงที่ท้ายรถตามกฎกระทรวงฉบับที่ 2(พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 เมื่อท้ายรถไถที่จำเลยขับมีผานไถและจานไถบรรทุกอยู่ยื่นออกนอกตัวรถไปด้านท้ายประมาณ 2 เมตรจำเลยมีหน้าที่ต้องใช้โคมไฟแสงแดงติดไว้ที่ปลายสุดของผานไถและเปิดไว้ด้วย แต่เมื่อจำเลยเปิดไฟท้ายและไฟส่องผานไถซึ่งเป็นไฟสปอตไลท์ขนาดใหญ่ สามารถส่องกระจายแสงได้กว้างและเห็นได้ในระยะไกล และข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าขณะเกิดเหตุจำเลยยกผานไถไว้ในระดับที่บดบังไฟท้าย ไฟส่องผานไถและแผ่นวงกลมสีแดงสะท้อนแสงจนไม่สามารถมองเห็นรถไถได้จากระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร แม้จำเลยจะไม่ติดโคมไฟแสงแดงไว้ที่ปลายสุดของผานไถ ก็ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงให้รถยนต์ที่ผู้ตายขับตามหลังชนถูกผานรถไถที่จำเลยขับ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 91พระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 15, 152, 78,160 วรรคสองจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 15, 152, 78, 160วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ มาตรา 152 ปรับ 900 บาทความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ มาตรา 160 วรรคสอง จำคุก3 เดือน ปรับ 3,000 บาท รวมจำคุก 3 เดือน ปรับ 3,900 บาท จำเลยเจ้ามอบตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และเบิกความเป็นประโยชน์แก่คดีนับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน ปรับ 2,600 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 91 อีกกระทงหนึ่ง ลงโทษจำคุก 2 ปีปรับ 4,000 บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสจำเลยประพฤติตนเป็นพลเมืองดีจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 จำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืน จำเลยขับรถไถในทางจึงมีหน้าที่ต้องเปิดไฟแสงแดงที่ท้ายรถตามกฎกระทรวงฉบับที่ 2(พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522เมื่อท้ายรถไถที่จำเลยขับมีคันผานไถและจานไถบรรทุกอยู่ยื่นออกนอกตัวรถไปด้านท้ายประมาณ 2 เมตรจำเลยจึงมีหน้าที่ต้องใช้โคมไฟแสงแดงติดไว้ที่ปลายสุดของผานไถส่วนที่ยื่นออกนอกตัวรถและเปิดไฟดังกล่าวในเวลาเกิดเหตุด้วย จำเลยไม่ได้ติดโคมไฟแสงแดงหรือโคมไฟอื่นใดไว้ที่ปลายสุดของผานไถในเวลาเกิดเหตุ แต่ขณะเกิดเหตุจำเลยเปิดไฟหน้า ไฟท้ายและไฟส่องผานไถ..... โดยเฉพาะไฟส่องผานไถเป็นไฟสปอตไลท์ขนาดใหญ่สามารถส่องกระจายแสงได้กว้าง มีแสงสว่างให้รถที่แล่นตามหลังสังเกตเห็นได้ในระยะไกล ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าขณะเกิดเหตุจำเลยยกผานไถไว้ในระดับที่บดบังไฟท้ายไฟส่องผานไถและแผ่นวงกลมสีแดงสะท้อนแสงจนไม่สามารถมองเห็นรถไถได้จากระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร ดังนั้น แม้จำเลยจะไม่ติดโคมไฟแสงแดงไว้ที่ปลายสุดของผานไถที่บรรทุกยื่นล้ำตัวรถออกไปทางด้านท้ายรถประมาณ 2 เมตร ก็ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงให้รถยนต์ที่ผู้ตายขับตามหลังชนถูกผานไถรถไถที่จำเลยขับการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ชัยภูมิ
จำเลย - นาย ปรีชา ชำนาญกุล
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 59 วรรคสี่, ม. 291
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 — ม. 11, ม. 15, ม. 152, ม. 78, ม. 160
องค์คณะ
สุนพ กีรติยุติ
ชลิต ประไพศาล
ชลอ ทองแย้ม

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา