ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 แพ่ง

ฎีกาที่ 546/2535

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ที่พิพาทของโจทก์มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ โจทก์ให้จำเลยลงแรงทำไร่อ้อยแบ่งผลกำไรโดยโจทก์เป็นฝ่ายลงทุนค่าใช้จ่ายจำเลยจึงเป็นผู้ยึดถือครอบครองที่พิพาทในฐานะผู้แทนของโจทก์และคดีอาญาที่จำเลยเป็นโจทก์ฟ้อง ส. ภริยาโจทก์ข้อหาบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์นั้น ศาลพิพากษายกฟ้องโดยฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ การครอบครองที่พิพาทของจำเลยในระหว่างดำเนินคดีอาญา ก็ต้องถือว่าเป็นการครอบครองแทนโจทก์สามี ส.ผู้ชนะคดี จำเลยจะถือว่าการครอบครองที่พิพาทของตนระหว่างนั้นเป็นการครอบครองโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 หาได้ไม่ และจะอ้างกำหนดเวลาฟ้องเรียกคืนการครอบครองตามมาตรา 1375 ขึ้นยันโจทก์ไม่ได้เช่นกัน โจทก์จึงไม่ขาดสิทธิฟ้องเอาคืนที่พิพาทจากจำเลย

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 244 โจทก์ให้จำเลยเช่าทำไร่จำเลยติดค้างค่าเช่า โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกจากที่ดินแล้วขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองเหนือที่พิพาท ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์นำคดีมาฟ้องภายหลังจากที่จำเลยโต้แย้งสิทธิในที่พิพาทด้วยการฟ้องภริยาโจทก์เป็นคดีอาญาเป็นเวลานานกว่า1 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโดยนายปิยะ อุบัติสุข ผู้รับมรดกความและบริวารออกจากที่พิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 5,400 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกจากที่พิพาทศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ต่อไปว่า โจทก์ขาดสิทธิฟ้องเอาคืนที่พิพาทหรือไม่ เห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์ให้จำเลยลงแรงทำไร่อ้อยแบ่งผลกำไรโดยโจทก์เป็นฝ่ายลงทุนค่าใช้จ่าย จำเลยจึงยึดถือหรือครอบครองที่พิพาทในฐานะผู้แทนของโจทก์ และคดีอาญาที่จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องนางสุวรรณภริยาโจทก์ในคดีนี้ ข้อหาบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์และเรียกค่าเสียหายนั้น ปรากฏว่า ศาลพิพากษายกฟ้องโดยฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ การครอบครองที่พิพาทของจำเลยในระหว่างดำเนินคดีอาญาดังกล่าวต้องถือว่าเป็นการครอบครองแทนโจทก์สามีของนางสุวรรณา ผู้ชนะคดี จำเลยจะถือว่าการครอบครองที่พิพาทของตนระหว่างนั้นเป็นการครอบครองโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 หาได้ไม่ และจะอ้างกำหนดเวลาฟ้องเรียกคืนการครอบครองตามมาตรา 1375 ขึ้นยันโจทก์ไม่ได้เช่นกัน โจทก์จึงไม่ขาดสิทธิฟ้องเอาคืนที่พิพาทจากจำเลยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาทนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา"พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย สะอาด ตา ล ทอง
จำเลย - นาย เลี้ยง อุบัติ สุข ฯ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1367, ม. 1375
องค์คณะ
สมศักดิ์ วิธุรัติ
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
สมมาตร พรหมานุกูล

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา