ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่งและอาญา

ฎีกาที่ 5479/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

พนักงานสอบสวนมิใช่หน่วยงาน แต่เป็นบุคคลธรรมดามีฐานะเป็นเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวนคดีอาญา และมีอำนาจสั่งคำร้องขอให้ประกันตัวผู้ต้องหาตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อจำเลยขอประกันตัวผู้ต้องหาต่อโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนและทำสัญญาประกันแล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องบังคับตามสัญญาประกันได้ตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเอง มิใช่เป็นการกระทำแทนหรือกระทำในนามกรมตำรวจ.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 มาประกันตัวผู้ต้องหา และจำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันทำสัญญาประกันไว้แก่โจทก์ว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาให้โจทก์ตามนัด ถ้าผิดสัญญายอมชดใช้เงินจำนวน160,000 บาท ต่อมาจำเลยทั้งสองไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามามอบให้โจทก์ได้ ขอให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกับชำระเงินจำนวน 160,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่นิติบุคคล การที่โจทก์มีอำนาจให้ทำสัญญาประกันตัวเป็นเพียงระเบียบระหว่างโจทก์กับกรมตำรวจเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับมอบอำนาจของจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดจำเลยทั้งสองไม่ผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 160,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเป็นเพียงหน่วยงานย่อยของกรมตำรวจ มิได้เป็นนิติบุคคลมีอำนาจให้ประกันแทนหรือในนามกรมตำรวจเท่านั้น จึงไม่มีอำนาจฟ้องเห็นว่าพนักงานสอบสวนมิใช่หน่วยงานแต่เป็นบุคคลธรรมดามีฐานะเป็นเจ้าพนักงาน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวนคดีอาญาโดยในส่วนที่เกี่ยวกับคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวหรือขอประกันตัวผู้ต้องหานั้น เมื่อมีการยื่นคำร้องมาโดยถูกต้องแล้วพนักงานสอบสวนก็มีอำนาจสั่งได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อปล่อยชั่วคราวโดยมีประกัน ก็ชอบที่จะให้ผู้ประกันหรือผู้เป็นหลักประกันลงลายมือชื่อไว้ในสัญญาประกัน ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 106(1), มาตรา 107 และมาตรา 112 ดังนี้การที่จำเลยที่ 1มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ขอประกันตัวผู้ต้องหาต่อโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน และโจทก์ก็ได้อนุญาตให้ประกันและให้จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ในสัญญาประกันแล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องบังคับตามสัญญาประกันได้โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยถือได้ว่าเป็นการทำสัญญาประกันและฟ้องร้องตามอำนาจและหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเองมิใช่เป็นการกระทำแทนหรือกระทำในนามกรมตำรวจพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาล พระราชวัง
จำเลย - พันตำรวจโท ยุ ทธ ปาลิวนิช กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 68, ม. 75
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 55
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 2 (6), ม. 106 (1), ม. 112
องค์คณะ
สวิน อักขรายุธ
เธียร ยูงทอง
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา