ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 อาญา
ฎีกาที่ 548/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
แม้ผู้ตายชอบดื่มสุราแล้วก่อเหตุวิวาทเป็นประจำ เคยถูกจำคุกฐานเมาสุราทำร้ายผู้อื่นและยังก่อคดีทำร้ายผู้อื่นอีก 2 คดีแล้วมาก่อเหตุคดีนี้ก็เป็นเหตุการณ์เรื่องอื่น มิใช่เหตุในคดีนี้จึงมิใช่มูลกรณีที่จะถือได้ว่าจำเลยทั้งสามถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 จำเลยที่ 1 ประกอบอาชีพขายสุรา ลาบ และส้มตำ การที่ผู้ตายซึ่งเป็นลูกค้าดื่มสุราแล้วมึนเมาก่อเหตุกวาดสิ่งของบนโต๊ะและล้มโต๊ะ เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ร้านขายสุราและอาหารประสบอยู่เสมอ มิใช่เป็นการข่มเหงจำเลยที่ 1 อย่างร้ายแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290, 83จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก, 83 วางโทษจำคุกคนละ 3 ปีจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 72 กำหนดโทษจำคุกคนละ 1 ปี จำเลยทั้งสามช่วยค่าทำศพแก่บิดาผู้ตายเป็นการบรรเทาผลร้ายแห่งความผิด ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยทั้งสามคนคนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 8 เดือนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า คืนเกิดเหตุผู้ตายกับพวกนั่งดื่มสุราที่ร้านขายลาบและส้มตำของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 นั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง ผู้ตายเมาสุราใช้มือกวาดแก้วตกจากโต๊ะและล้มโต๊ะจำเลยทั้งสามไม่พอใจเข้ารุมทำร้ายผู้ตายเกิดการต่อสู้กันจำเลยที่ 1 ใช้เก้าอี้ตีทำร้ายผู้ตาย ส่วนจำเลยที่ 2 เข้าล๊อกคอผู้ตายไว้ เมื่อผู้ตายล้มลงจำเลยที่ 3 เข้ากระทืบผู้ตายซ้ำอีกผู้ตายล้มศีรษะฟาดพื้น น้องชายของผู้ตายเข้าห้ามปรามและพาผู้ตายกลับบ้าน วันรุ่งขึ้นผู้ตายถึงแก่ความตาย คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสาม เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะหรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกเอาเหตุบันดาลโทสะมาวินิจฉัยก็เพราะเห็นว่า ผู้ตายชอบดื่มสุราแล้วก่อเหตุวิวาทเป็นประจำ ผู้ตายเคยถูกจำคุกฐานเมาสุราทำร้ายผู้อื่นและยังก่อคดีทำร้ายผู้อื่นอีก 2 คดี แล้วมาก่อเหตุคดีนี้ ถือได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ผู้ตายจะมีพฤติกรรมดังกล่าวก็ตาม ก็เป็นเหตุการณ์ในเรื่องอื่น มิใช่เหตุในคดีนี้ จึงมิใช่มูลกรณีที่จะถือได้ว่าจำเลยทั้งสามถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจำเลยที่ 1 ประกอบอาชีพขายสุรา ลาบ และส้มตำ การที่ผู้ตายซึ่งเป็นลูกค้าดื่มสุราแล้วมึนเมาก่อเหตุกวาดสิ่งของบนโต๊ะและล้มโต๊ะเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ร้านขายสุราและอาหารประสบอยู่เสมอมิใช่เป็นการข่มเหงจำเลยที่ 1 อย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่ปรากฏข้อเท็จจริงอันเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะแต่อย่างใดพิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด
จำเลย - นาย สม สมัย หรือ อ้วน สุทธิประภา กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 72, ม. 83, ม. 290
- องค์คณะ
- สุวรรณ ตระการพันธุ์
นาม ยิ้มแย้ม
สุรินทร์ นาควิเชียร
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา