ฎีกา ปี พ.ศ. 2540 อาญา
ฎีกาที่ 548/2540
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์บรรยายฟ้องข้อ ก. ว่า จำเลยมีกัญชา 3 ถุงไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และบรรยายฟ้องข้อ ข. ว่า จำเลยจำหน่ายกัญชาจำนวนและน้ำหนักไม่ปรากฏชัดอันเป็นส่วนหนึ่งของกัญชาที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายดังกล่าวในฟ้องข้อ ก.ให้แก่ผู้มีชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อตามฟ้องดังกล่าวโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายกัญชาอันเป็นส่วนหนึ่งของกัญชา 3 ถุง ตามฟ้องข้อ ก. ซึ่งยึดได้ที่บ้านจำเลยเท่านั้นแต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณากลับได้ความว่ากัญชาที่ จำเลยจำหน่ายไปตามฟ้องข้อ ข. เป็นกัญชาคนละจำนวนกับกัญชา 3 ถุง ที่ยึดได้ที่บ้านจำเลย ดังนี้เมื่อข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างจากที่กล่าวในฟ้องจึงลงโทษจำเลยไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือก. จำเลยมีกัญชาอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5จำนวน 3 ถุง น้ำหนัก 7.5 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตข. จำเลยจำหน่ายให้กัญชาจำนวนและน้ำหนักไม่ปรากฏชัดอันเป็นส่วนหนึ่งของกัญชาที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายดังกล่าวในฟ้องข้อ ก. ให้แก่ผู้มีชื่อ โดยจำเลยไม่ได้รับอนุญาตขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 4, 7, 26, 75, 76, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, 75 วรรคหนึ่ง,76 วรรคหนึ่ง เป็นการกระทำการอันเป็นความผิด หลายกรรมต่างกันฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือนฐานจำหน่ายกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี รวมจำคุก2 ปี 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 1 ปี 8 เดือน ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ส่วนของกลางคงให้ริบโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าตามวันเวลาเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอภูหลวงได้ตรวจค้นบ้านจำเลยพบกัญชาของกลางจำนวน 3 ถุง น้ำหนัก 7.5 กรัมฝังดินอยู่หลังห้องส้วมบริเวณบ้านจำเลย มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยมีความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองและจำหน่ายกัญชาหรือไม่ สำหรับความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองนั้น พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังว่ากัญชาของกลางเป็นของจำเลยจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับความผิดฐานจำหน่ายกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาตเห็นว่า ตามฟ้องข้อ ก. โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีกัญชา 3 ถุง ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและบรรยายฟ้องข้อ ข. ว่าจำเลยจำหน่ายกัญชาจำนวนและน้ำหนักไม่ปรากฏชัดอันเป็นส่วนหนึ่งของกัญชาที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายดังกล่าวในฟ้องข้อ ก. ให้แก่ผู้มีชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งตามฟ้องโจทก์ดังกล่าวโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายกัญชาอันเป็นส่วนหนึ่งของกัญชา 3 ถุง ซึ่งยึดได้ที่บ้านจำเลยแต่ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์กลับได้ความว่า จำเลยได้จำหน่ายกัญชาให้นายอวยชัยไปก่อนแล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจจึงตรวจค้นบ้านจำเลยและยึดกัญชา 3 ถุง ได้ที่บ้านจำเลยกัญชาที่จำเลยจำหน่ายไป จึงเป็นกัญชาคนละจำนวนกันกับกัญชา 3 ถุง ที่ยึดได้ที่บ้านจำเลย ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างจากที่กล่าวในฟ้อง จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เลย
จำเลย - นาง คำ มี บ่อ คำ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 192
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 — ม. 26, ม. 75, ม. 76 - องค์คณะ
- ไสว จันทะศรี
จำลอง สุขศิริ
สมบัติ เดียวอิศเรศ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา