ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 แพ่ง

ฎีกาที่ 5493/2536

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่มีบทบัญญัติแห่งลักษณะการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง บทใด บังคับว่าหากโจทก์ไม่นำยึดหรือผู้ที่นำยึดมิใช่ผู้แทนโจทก์แล้ว จะทำให้การยึดนั้นเป็นอันเสียไป

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1และที่ 2 ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3ต่อมาโจทก์ได้ขอหมายบังคับคดีจำเลยที่ 1 และที่ 2 และวันที่16 สิงหาคม 2531 นายอุดมผู้แทนโจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ไว้เพื่อนำออกขายทอดตลาดจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า โจทก์จดทะเบียนเลิกบริษัทและตั้งนายมานิตเป็นผู้ชำระบัญชีตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2528กรรมการโจทก์ย่อมไม่มีอำนาจมอบให้บุคคลใดกระทำการแทนหนังสือมอบอำนาจให้นายอุดม เป็นผู้แทนโจทก์ในการยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ไม่ชอบ นายอุดมไม่มีอำนาจนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์โจทก์คัดค้านว่า นายมานิตผู้ชำระบัญชีถึงแก่กรรมตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2528 โจทก์ยังมิได้ตั้งผู้ชำระบัญชีคนใหม่ก่อนเลิกบริษัทโจทก์มีนายประวัติและนายมานิตเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ เมื่อนายมานิตถึงแก่กรรม นายประวัติย่อมเป็นผู้ชำระบัญชีโดยตำแหน่ง นายประวัติมอบอำนาจให้นายอนุกรและนายอดุลย์ และมีการมอบอำนาจต่อไปให้นายอุดม นายอุดมจึงมีอำนาจนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ได้ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องพิจารณาว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่16 สิงหาคม 2531 เป็นการยึดที่มิชอบด้วยกฎหมาย อันจะทำให้ศาลต้องมีคำสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่าการที่นายอนุกรและนายอดุลย์มอบอำนาจให้นายอุดมเป็นผู้แทนโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 นั้น หาได้ทำให้การยึดทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดีต้องเสียไปแต่อย่างใดไม่ทั้งนี้เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 278บัญญัติให้อำนาจเจ้าพนักงานบังคับคดีไว้ว่า นับแต่วันที่ได้ส่งหมายบังคับคดีให้แก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจที่จะยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้ได้ และการที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานี้ไม่มีบทบัญญัติแห่งลักษณะการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบทใดบังคับว่า หากโจทก์ไม่นำยึดหรือผู้ที่นำยึดมิใช่ผู้แทนโจทก์แล้ว จะทำให้การยึดนั้นเป็นอันเสียไป การยึดทรัพย์รายนี้จึงเป็นการยึดที่ชอบด้วยกฎหมายพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - บริษัท บางกอก เอก เซ คคิวทีฟ จำกัด
จำเลย - บริษัท แลมปาราส จำกัด กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 278
องค์คณะ
ประยูร มูลศาสตร์
ก้าน อันนานนท์
ณรงค์ ตันติเตมิท

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา