ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 อาญา
ฎีกาที่ 5493/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
แม้โจทก์จะไม่ได้นำประจักษ์พยานมาเบิกความยืนยันว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน คงมีแต่คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม และขณะศาลสอบคำให้การ ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณา แต่โจทก์ก็มีพยานหลักฐานอื่นนอกจากคำเบิกความของเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมมาประกอบให้เห็นว่า คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและขณะศาลสอบคำให้การของจำเลยทั้งสองเป็นความจริงและโดยสมัครใจ พยานหลักฐานอื่นของโจทก์ดังกล่าวประกอบกันฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเฮโรอีนจำนวน 2 หลอด หนัก 0.92 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตและจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันจำหน่ายเฮโรอีน จำนวน 1 หลอด โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8,15, 66, 67, 102 ริบเฮโรอีนของกลาง ส่วนธนบัตรของกลางให้คืนเจ้าของจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพว่ามีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครอง ข้อหาอื่นปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 2มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 7(1), 15 วรรคหนึ่ง, 67, 102 จำคุก 2 ปีคำรับสารภาพของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้1 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง ริบเฮโรอีนของกลางคืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคแรกเรียงกระทงลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 2 กระทงเป็นจำคุกคนละ 10 ปี คำรับชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม เหลือจำคุกคนละ 6 ปี 8 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับ จำเลยที่ 1มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนหรือไม่ ในข้อนี้โจทก์มีร้อยตำรวจเอกณรัฐพงษ์ สายทองและนายดาบตำรวจสุชาติ โกพันธ์ มาเบิกความสอดคล้องยืนยันว่า ก่อนมอบธนบัตรของกลางให้สายลับไปล่อซื้อเฮโรอีนร้อยตำรวจเอกณรัฐพงษ์ได้นำธนบัตรของกลางไปบันทึกลงในรายงานประจำวันตามเอกสารหมาย จ.1เป็นหลักฐานก่อน เมื่อสายลับซื้อเฮโรอีนได้ 1 หลอดจึงนำกลับมามอบให้พยานพร้อมทั้งบอกว่าชายคนหนึ่งเป็นคนรับเงิน ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นผู้มอบเฮโรอีนให้โดยบอกลักษณะและการแต่งกายของชายทั้งสองคนให้พยานทราบพยานทั้งสองกับพวกจึงเข้าไปตรวจค้นและจับกุมจำเลยทั้งสองซึ่งมีลักษณะและการแต่งกายตามที่สายลับบอกทันที พบธนบัตรของกลางตามที่ลงประจำวันไว้จากจำเลยที่ 1 และพบเฮโรอีนของกลาง 1 หลอด จากจำเลยที่ 2ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนรวมตลอดทั้งชั้นศาลในตอนแรกจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ โดยมาขอถอนคำให้การเดิมและให้การปฏิเสธในวันสืบพยานโจทก์ ทั้งพยานโจทก์ทั้งสองไม่เคยมีสาเหตุกับจำเลยทั้งสองอันจะเป็นเหตุให้แกล้งปรักปรำจำเลยทั้งสองให้ต้องรับโทษ แม้โจทก์จะไม่ได้นำสายลับมาเบิกความยืนยัน พยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวประกอบกันเพียงพอให้รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนจริงตามฟ้อง ที่จำเลยที่ 2 นำสืบว่าจำเลยที่ 2มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อเสพเอง ที่รับสารภาพในชั้นจับกุมว่าร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนนั้นเพราะถูกเจ้าพนักงานตำรวจขู่เข็ญบังคับและทำร้ายร่างกายก็ดี และที่รับสารภาพในชั้นศาลตอนแรกเพราะเข้าใจว่าถูกฟ้องเฉพาะในข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองต่อมาเพื่อเข้าใจข้อหาแล้วจึงให้การปฏิเสธก็ดี คงมีคำเบิกความของจำเลยที่ 2 ลอย ๆ โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุน ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ในส่วนนี้จึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรปราการ
จำเลย - นาย สมัคร นา คสวัสดิ์ กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 226, ม. 227
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 — ม. 66 วรรคแรก - องค์คณะ
- สันติ ทักราล
จเร อำนวยวัฒนา
สวรรค์ ศักดารักษ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา