ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 แพ่งและอาญา

ฎีกาที่ 5622/2534

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยที่ 1 มิได้ยกเรื่องหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้น แม้เรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่ศาลฎีกามีอำนาจไม่ยกวินิจฉัยให้ตามป.วิ.พ. มาตรา 142(5) ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 จำเลยที่ 1 อายุ 48 ปี ไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนมีเหตุอันควรปรานี ศาลฎีกาให้รอการลงโทษ.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นางล้วนเอก ฟ้องคดีแทนเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2531 เวลากลางวัน จำเลยที่ 1 กับพวกได้ร่วมกันเคลื่อนย้ายบ้าน 1 หลัง เข้าไปปลูกสร้างอยู่ในที่ดินของโจทก์ ต่อมาเมื่อระหว่างวันที่ 18 ถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2531 เวลากลางวันติดต่อกันจำเลยทั้งสองกับพวกอีก 3 คน ได้ร่วมกันเข้าไปในที่ดินของโจทก์และร่วมกันปลูกสร้างบ้านเพิ่มเติมอีก 1 หลัง โดยมีเจตนาเข้าไปเพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์บางส่วนและเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุข ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 (2), 83, 84 และ 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ประกอบมาตรา 365(2) จำคุกคนละ 3 เดือนจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ระบุเพียงว่าให้ฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาเรื่องฟ้องขับไล่ออกจากที่ดิน ไม่มีข้อความใดที่ระบุให้ดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยทั้งสอง การมอบอำนาจจึงเป็นการไม่ชอบ นั้นความข้อนี้จำเลยที่ 1 หาได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในศาลชั้นต้นไม่แม้ปัญหาข้อนี้จะเกี่ยวกับเรื่องอำนาจฟ้องอันถือว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่สำหรับคดีนี้ศาลฎีกายังไม่เห็นสมควรจะยกขึ้นวินิจฉัยให้ จึงไม่ยกขึ้นวินิจฉัยตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 มิได้กระทำผิดฐานบุกรุกดังฟ้องโจทก์ นั้น... ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เข้าไปปลูกบ้านในที่ดินของโจทก์เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นจึงมีความผิดฐานบุกรุก ส่วนที่จำเลยที่ 1 ขอให้รอการลงโทษหรือลงโทษสถานเบา นั้น เห็นว่าจำเลยที่ 1 อายุถึง 48 ปีแล้ว ไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน มีเหตุอันควรปรานี จึงให้รอการลงโทษไว้ แต่เห็นควรให้ลงโทษปรับด้วย"พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 2,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง สุวรรณี พงศ์นร สิงห์ หรือ เดียว สกุล
จำเลย - นาย โสภ ณ อยู่ ดวง กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 56
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 142 (5)
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 15
องค์คณะ
ยงยุทธ ธารีสาร
นิเวศน์ คำผอง
ประจักษ์ พุทธิสมบัติ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา