ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 แพ่ง

ฎีกาที่ 5624/2534

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

คดีก่อนมีประเด็นว่าพินัยกรรมที่ น. ทำสมบูรณ์หรือไม่และทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง (โจทก์ในคดีก่อน) หรือเป็นของข. (จำเลยในคดีก่อน) ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าพินัยกรรมทำขึ้นโดยชอบและทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง (โจทก์ในคดีก่อน)คดีถึงที่สุด คดีนี้โจทก์ทั้งสามฟ้องว่าทรัพย์พิพาทเป็นมรดกตกทอดแก่ ข. เมื่อ ข. ถึงแก่ความตายทรัพย์พิพาทจึงตกทอดแก่โจทก์ทั้งสาม ซึ่งเป็นบุตร ข. จึงเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับในคดีก่อนว่าทรัพย์พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร อาศัยเหตุอันเป็นที่มาแห่งกรรมสิทธิ์ของฝ่ายไหนอย่างไร ฟ้องโจทก์ทั้งสามในคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำตามป.วิ.พ. มาตรา 148.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ทั้งสามฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นบุตรของนางขันเงินสังสนธิ์ นางขันเงินเป็นบุตรของนายหนู นางเอิบ ที่ดินตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องหมายเลข 3 เป็นทรัพย์มรดกของนางเอิบที่ตกทอดแก่นางขันเงินและตกทอดแก่โจทก์ทั้งสาม แต่นายหนูสามีนางเอิบทำพินัยกรรมยกทรัพย์ทั้งสามอันดับให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 พินัยกรรมที่นายหนูทำขึ้นนั้นไม่มีผลบังคับ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองส่งมอบทรัพย์ตามฟ้อง กับให้ชำระค่าเสียหายจนกว่าส่งมอบทรัพย์ดังกล่าวแก่โจทก์ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า โจทก์ทั้งสามเป็นผู้สืบสิทธิจากนางขันเงินซึ่งเป็นคู่ความกับจำเลยทั้งสองในคดีหมายเลขแดงที่ 442/2527 ของศาลชั้นต้นซึ่งถึงที่สุดไปแล้ว ประเด็นในคดีนี้ก็เป็นเรื่องการแย่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทซึ่งเป็นทรัพย์รายเดียวกับคดีเดิมจึงเป็นฟ้องซ้ำ โจทก์ทั้งสามไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีก่อนมี 2 ประเด็นคือ พินัยกรรมที่นายหนูทำขึ้นนั้นสมบูรณ์หรือไม่ และทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง (โจทก์ในคดีก่อน) หรือเป็นของนางขันเงินสังข์สนธิ์ (จำเลยในคดีก่อน) ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาในคดีก่อนว่าพินัยกรรมดังกล่าวทำขึ้นโดยชอบและทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง (โจทก์ในคดีก่อน) คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์ทั้งสามในฐานะผู้สืบสิทธิของนางขันเงิน (จำเลยในคดีก่อน) จะกลับมาฟ้องใหม่ว่าทรัพย์พิพาทเป็นของนางเอิบภริยาเดิมของนายหนู ซึ่งเป็นมรดกตกทอดแก่นางขันเงินมารดาของโจทก์ทั้งสาม เมื่อนางขันเงินถึงแก่ความตายทรัพย์พิพาทจึงเป็นมรดกตกทอดแก่โจทก์ทั้งสาม ย่อมเป็นการรื้อร้องฟ้องในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน เพราะประเด็นในคดีก่อนและคดีหลังก็คือทรัพย์พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของใครอาศัยเหตุอันเป็นที่มาแห่งกรรมสิทธิ์ของฝ่ายไหนอย่างไร ฟ้องโจทก์ทั้งสามจึงเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสามฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย สม พงษ์ สิน เพราะ กับพวก
จำเลย - นาง พ รม ขวัญ ใจ กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 148
องค์คณะ
ราเชนทร์ จัมปาสุต
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล
วินัย กันนะ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา